ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์

 

ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์
ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์ฉันนั่งคิด
ด้วยดวงจิตคิดไปใจผวา
ความสวยงามที่เห็นเช่นผ่านมา
ต้องถึงคราห่างหายในฉับไว
เรื่องอย่างนี้ที่ฉันเปรียบเทียบถึงนาง
ยามอยู่ห่างเมินไปช่างใจหาย
เคยเห็นหน้าเช้าค่ำสัมผัสกาย
เธอมาหน่ายไม่ใยดีฉันนี้คอย

ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์ดาวบริวารดวงเดียวของโลกดวงนี้เป็นอย่างไรเอ่ย
1. เราคงไม่เห็นดวงจันทร์ที่ปรากฏอยู่เป็นนิจในแต่ละรอบประมาณเกือบ 1 เดือนนี้
2. ไม่มีใครนั่งเคียงคู่กันขณะที่มองดูดวงจันทร์อยู่คู่กับดวงดาวดวงหนึ่ง ๆ
3. ไม่มีโอกาสรับรู้ช่วงข้างขึ้นและข้างแรม
ทั้งนี้เราไม่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์ตอนคืนวันเพ็ญ
3. ประเพณีของการไหว้ดวงจันทร์ต้องหมดไปในที่สุด
4. อนึ่ง ก็ไม่แน่ใจว่าประเพณีสงกรานต์ของชาวไทยต้องหมดไปด้วยหรือไม่
5. ชายหนุ่มคนหนึ่ง ๆ และบรรดานักกวีทั้งหลายคงไม่มีโอกาสเปรียบเทียบความงามของใบหน้าของหญิงสาวคนใดคนหนึ่งที่งามดั่งดวงจันทร์วันเพ็ญอย่างแน่นอน
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดจากความคิดโดยสามัญสำนึกที่ไม่ได้ความรู้ทางวิชาการเลยแม้แต่น้อยนิด
เราลองมาพิจารณาต่อไปอีกสักเล็กน้อยดังนี้
6. เนื่องจากดวงจันทร์มีอิทธิพลเชิงความโน้มถ่วงต่อโลกของเราในขณะที่โคจรไปรอบ ๆ โลกครบ 1 รอบพร้อม ๆ กับการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ
โดยที่ผลจากการกระทำดังกล่าวนี้ทำให้เกิดน้ำทะเลขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุดเทียบกับระดับน้ำทะเลปกติอย่างละครั้งในช่วงเวลา 1 วันหรือ 24 ชั่วโมง
ดังนั้น ถ้าไร้ดวงจันทร์ตามข้อสมมติจะต้องไม่เกิดพฤติกรรมนี้กับระดับน้ำทะเลโดยสิ้นเชิง
ผลกระทบระยะยาวน่าจะมีต่อระบบนิเวศน์แถว ๆ บริเวณชายหาดและบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นถึงอย่างแน่นอน
7. ตามปกติโลกของเราหมุนรอบตัวเอง 1 รอบในช่วงเวลา 1 วันหรือ 24 ชั่วโมงและโคจรตามวงโคจรวงหนึ่ง ๆ รอบดวงอาทิตย์ในเวลา 1 ปีหรือในช่วงเวลาประมาณ 365 วันตามที่รู้กัน
ทั้งนี้แกนสมมติของโลกก็เอียงทำมุมประมาณ 66.5 องศากับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์หรือระนาบอีคลิปติก (Ecliptic plane) ระนาบหนึ่ง
โดยแกนสมมติของโลกแกนนี้เอียงประมาณ 23.5 องศากับแนวยืนแนวหนึ่งด้วย
อ้อ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเป็นดังนี้
กล่าวคือ แกนสมมติของโลกแกนนี้ไม่ได้อยู่คงตัวเช่นนั้นชั่วนิรันดร์
แต่มีการหมุนควง (Precession) ทีละน้อย ๆ
ทั้งนี้มีเวลาครบรอบประมาณ 2 หมื่น 6 พันปี
(บางคนอาจคิดว่าผมนั้นคิดมากจัง ช่วงเวลาที่นานมากอย่างนั้นเราจะเกิดแล้วก็และตาย ๆ สักกี่ครั้งกันหนอ)
ณ ปัจจุบันมีข้อมูลว่าแกนสมมติของโลกแกนนี้ชึ้ไปที่แถว ๆ ดาวเหนือ
และอีกประมาณ 1 หมื่น 3 พันปีจะชี้ไปแถว ๆ ดาววีกาของกลุ่มดาวรูปพิณ
อนึ่ง ถ้าชาติหน้ามีจริงและผมเกิดมาอีก
โดยผมมีโอกาสเรียบเรียงเรื่องทำนองนี้ลงในที่หนึ่ง ๆ ดังนี้
เว็บไซต์ของผม คือ https://genphysics.wordpress.com/
และใน http://www.vcharkarn.com/sompongse
ดังเช่นที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้
ผมก็คงอ้างถึงตัวเลขที่กล่าวถึงนี้เหมือนเดิม
(แล้วคอยพบกันอีกนะครับ)
อนึ่ง ลักษณะการหมุนควงของแกนสมมติของโลกนี้ก็คล้าย ๆ กับการหมุนควงของลูกข่างลูกหนึ่ง
ถ้าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งเคยสังเกตมาบ้างก็ต้องพบความจริงดังนี้
กล่าวคือ ณ ขณะที่ลูกข่างลูกหนึ่งหมุนเร็วก็จะมีมุมหมุนควงเล็ก ๆ
ตรงกันข้าม ตอนที่ลูกข่างลูกหนึ่งกำลังจะล้มมุมหมุนควงมุมหนึ่ง ๆ จะโต
นอกจากนี้ อยากให้ผู้อ่านได้สังเกตลีลาของนักเสก็ตสาวคนหนึ่งบนลานน้ำแข็งแห่งหนึ่งด้วย
ทั้งนี้สาระทางวิชาการส่วนนี้ที่เรารู้จักกัน คือ โมเมนตัมเชิงมุม (Angular momentum) ของการหมุน
ผมกล่าวถึงแกนสมมติของโลกดังกล่าวซะยืดยาว
โดยที่ผมต้องการบอกแก่ผู้อ่านทุกคนดังนี้
กล่าวคือ ถ้าโลกไร้ดวงจันทร์เป็นเวลานาน ๆ ย่อมมีผลต่อการเอียงของโลกนี้
ทั้งนี้ย่อมมีผลกระทบต่อฤดูกาลต่าง ๆ ณ ท้องที่หนึ่ง ๆ บนโลกนี้
8. ดังนั้น ต้องกระทบต่อการกสิกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
9. สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ การเป็นอยู่ของมนุษย์โลกย่อมต้องเปลี่ยนไป
ทั้งนี้เกิดจากผลกระทบเกี่ยวกับอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย น้ำ และภูมิอากาศ (Climate) ฯลฯ เช่นเดียวกัน
สิ่งที่มีชีวิตโดยที่เราคำนึงถึงตนเอง คือ มนุษยเป็นที่ตั้งจะเป็นอย่างไรเอ่ย
10. ณ ที่นี้ขอปิดท้ายด้วยผลกระทบจากเทห์ฟ้า (Celestial bodies) ทั้งหลายที่ดวงจันทร์เคยเป็นหน้าด่านรับไว้ย่อมมีโอกาสมากที่จะมุ่งมาพิชิตโลก
ดังนั้น ทุกคนคงตระหนักเป็นอย่างดีว่าเราไม่ต้องรอสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือต่างแดนอื่น ๆ มาทำลายล้างโลกของเรา
ทั้งนี้โลกคงแตกสลายไปก่อนที่เราจะสามารถหาวิธีป้องกันโลกจากความหายนะดังที่กล่าวมานี้ได้
ตอนนี้ผู้อ่านจำนวนหนึ่งคงหวาดผวาและหวั่นวิตกหลังจากที่อ่านเรื่องที่ผู้เขียนเรียบเรียงนี้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอให้ทุกคนนอนหลับและฝันดี
ทั้งนี้โลกของเรายังคงมีดวงจันทร์ดวงนี้อยู่เคียงคู่ต่อไปชั่วนิรันดร์
โดยรอให้ผู้อ่านทุกคนเกิดมาชื่นชมความงามของท้องฟ้ายามราตรีอยู่เช่นนี้
ตราบเท่าที่มนุษย์โลกไม่รังแกธรรมชาติจนเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสามารถรับได้
อนึ่ง ทุกคนโปรดรับรู้ดังนี้
สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้กับโลกใบนี้ในช่วงเวลาหลายพันล้านปี
โดยอาจจะมากถึง 4 พัน 5 ร้อยล้านปีนั้น
แต่มนุษย์ใช้ธรรมชาติหมดสิ้นไปหลายต่อหลายอย่างในช่วงเวลาแค่ไม่กี่พันปีของวิวัฒนาการของเรา
นี่หรือ คือ ผู้ให้ตามที่ชอบพูดถึงกัน
ตรงกันข้าม กลับเป็นผู้ที่ทำลายซะส่วนใหญ่

ผมขอขอบคุณผุ้อ่านทุกคนที่อ่านจนจบ
ได้โปรดแสดงความคิดเห็นกลับมาบ้างว่าท่านชอบอย่างไร หรือไม่ ประการใด
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
http://genphysics.wordpresscom/
http://www.vcharkarn/sompongse
19 พฤษภาคม 2554

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s