โกหกเพื่ออะไร

 

โกหกเพื่ออะไร
การโกหกครั้งใดก็ตามมักมีเหตุผลในตัวเอง
ทั้งนี้การโกหกเพื่อการหลอกลวง
การโกหกเพื่อตัวเองจะได้หลุดพ้นจากความผิดหรือข้อกล่าวหา
การโกหกด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์เพื่อให้ผู้อื่นได้สบายใจ
และเหตุผลอื่น ๆ นานับประการ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านได้ตัดสินดังนี้
“เรื่องที่ผู้เขียนกล่าวถึงนี้เป็นการโกหกเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่”
อนึ่ง เรื่องที่ผู้เขียนจะเล่าให้รับรู้กันไว้ ณ ที่นี้เป็นเรื่องที่อิงความจริงเรื่องหนึ่ง
โดยที่ผู้เขียนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย
ในสมัยก่อน ๆ โน้นนามมาแล้วระบบการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการวัดผลการศึกษาจากการให้คะแนนในการสอบของแต่ละวิชาโดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน
อนึ่ง ถ้านิสิตและนักศึกษาในปัจจุบันนี้ได้รับรู้จะต้องร้องว่า “โหดอย่างยิ่ง”
ทั้งนี้แต่ละวิชาต้องได้คะแนนตั้งแต่ 60 คะแนนขึ้นไปจึงจะผ่านวิชานั้น
นอกจากนี้ ในแต่ละปีของการศึกษา (ปกติมี 5 วิชา) ถ้าคนใดคนหนึ่งสอบตกเกิน 2 วิชาก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยทันทีโดยไม่มีการเรียกร้องสิทธิ์อื่นใดทั้งสิ้น
ถ้าสอบตก 2 วิชาก็ต้องเรียนซ้ำชั้น
อีกทั้งถ้าสอบตก 1 วิชามีสิทธิ์ที่จะสอบแก้ตัวใหม่อีก 1 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในการสอบแก้ตัวนั้นไม่ว่าจะได้คะแนนสูงกว่า 60 คะแนนมากสักเพียงใดก็จะต้องได้เพียง 60 คะแนนเท่านั้น
โดยตอนนี้ก็ถือว่าสอบผ่านครบทุกวิชาของระดับชั้นปีนั้นและมีสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับชั้นสูงถัดขึ้นไปได้
อนึ่ง ถ้าในการสอบแก้ตัวนี้ได้คะแนนต่ำกว่า 60 คะแนนจะเป็นการสอบตกทันที
โดยต้องอยู่ในสถานะของผู้ที่สอบตกซ้ำชั้น
ทั้งนี้ต่างจากสมัยปัจจุบันนี้อย่างมาก
โดยนิสิตและนักศึกษาจำนวนหนึ่งมักถามดังนี้
“อาจารย์จะตัดเกรด F ที่กี่คะแนน”
นิสิตและนักศึกษาจำนวนหนึ่งในปัจจุบันนี้เป็นคนที่มักน้อยจริง ๆ
ผู้อ่านทุกคนอาจจะตกใจเมื่อรับรู้ดังนี้
“เราตัดเกรด F ที่คะแนนต่ำแถว ๆ 45 คะแนนหรืออาจจะน้อยกว่านี้ด้วย”
แล้วนิสิตและนักศึกษาจำนวนนี้จะมีคุณภาพเชิงวิชาการอย่างเหมาะสมหรือ
อนึ่ง เนื่องจากระบบแอดมิชชันระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ลดความสำคัญของวิชาหลัก คือ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาให้มีคะแนนเต็มรวมกันเพียง 100 คะแนน
โดยแต่ละวิชาเหล่านี้จึงมีความสำคัญเพียง 1 ใน 3 ของวิชาอื่น ๆ เช่น สังคมและภาษาไทยตามความคิดของนักเรียนที่จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ดังนั้น ผลที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบันนี้ คือ นิสิตวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ปีที่ 1 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสอบตกหรือเพิกถอนวิชาฟิสิกส์ปีที่ 1 ที่มากถึงร้อยละ 20 โดยประมาณ
ทั้งนี้จำนวนหนึ่งก็ยอมเรียนภาคฤดูร้อนถ้าอยู่ในวิสัยที่เรียนได้
ส่วนอีกจำนวนหนึ่งก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยโดยปริยาย
ทั้งนี้เนื่องมาจากสอบตกวิชาอื่น ๆ อีกจนสุดที่จะแก้ไขได้
คำถามเชิงข้อคิด ณ ตอนนี้เป็นดังนี้
เราจะโทษใครกันดี
เราจะโทษระบบการเรียนและการสอนกันหรือ
หรือว่าเราจะโทษระบบของสื่อการเรียนการสอนที่ไม่ดี
หรือเราจะโทษที่ระบบแอดมิชชันระบบดังกล่าว
อ้อ แล้วใครล่ะที่ปิดหรือบิดเบือนข้อมูลที่เข้าทำนองดังนี้
“โกหกเพื่ออะไร” ดังหัวเรื่องนี้

พ.ศ. 2499
นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ คนหนึ่งมีความภูมิใจเป็นที่สุดที่สามารถสอบคัดเลือกเข้ามาได้หลังจากที่สอบผ่านเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการมาก่อนหน้านั้น
อนึ่ง สมัยนั้นผู้ที่จะเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองไม่ต้องสอบคัดเลือก โดยประหนึ่งกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงในปัจจุบัน
ดังนั้น นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นิสิตจุฬาฯ ทุกคนในสมัยนั้นต่างดีใจและภูมิใจ
นิสิตวิทยาศาสตร์ที่ผู้เขียนกล่าวถึงคนนี้เป็นนักเรียนเก่าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นผู้ที่เรียนอยู่ในระดับดี และเป็นผู้ที่เป็นเลิศทางการกีฬาฯ แต่รูปร่างก็ไม่ได้สูงใหญ่นัก
นามสมมุติของนิสิตวิทยาศาสตร์คนนี้ คือ เอก
เอกเป็นนักกีฬาฯ ของคณะวิทยาศาสตร์ทุก ๆ ปี
และเป็นนักกีฬาฯ ของมหาวิทยาลัยด้วย
ถ้าปีใดเอกไม่ได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาฯ ของมหาวิทยาลัยในเบื้องต้นเอกจะเสียใจถึงขั้นหลั่งน้ำตาและขอเสนอเป็นตัวสำรองร่วมฝึกซ้อมด้วย
เอกฝึกซ้อมอย่างหนักด้วยใจรัก
ดังนั้น เอกจึงได้เป็นนักกีฬาฯ ตัวจริงของมหาวิทยาลัยสมดังปรารถนาในที่สุด
มิถุนายน 2504
ผู้เขียนเข้าห้องเลกเชอร์ห้องหนึ่งที่ตึกฟิสิกส์ 1 (ในสมัยปัจจุบันนี้) เพื่อสอนวิชาดาราศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาบังคับเลือกวิชาหนึ่งที่เปิดใหม่ของคณะวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น
โดยที่ห้องนี้สามารถมีที่นั่งมากกว่า 250 ที่
ผู้อ่านคนใดคนหนึ่งอาจจะงงที่ผู้เขียนกล่าวว่า “วิชาบังคับเลือกวิชาหนึ่ง”
ทั้งนี้วิชานี้จัดเป็นวิชาเลือกวิชาหนึ่ง
แต่นิสิตวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งต้องศึกษาเพื่อให้ครบตามหลักสูตร
ผู้เขียนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ประมาณได้ดังนี้
มีนิสิตในห้องนั้นไม่น้อยกว่า 200 คน
อีกทั้งจำนวนหนึ่งของนิสิตในห้องนั้นมีเพื่อน ๆ ของผู้เขียนที่สอบตกซ้ำชั้นด้วย
ทั้งนี้คนหนึ่งในจำนวนนั้น คือ เอกที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั่นเอง
เอกนั่งอยู่เกือบแถว ๆ หน้าของห้องเลกเชอร์ห้องนี้
ทันทีที่ผู้เขียนสอนเสร็จและเดินออกจากห้องเลกเชอร์ห้องนั้นก็มีเสียงเรียกและมีนิสิตคนหนึ่งวิ่งตามมาพร้อมกับร้องเรียกดังนี้
เฮ้ย พงษ์หยุดก่อน
ผู้เขียนหยุดและหันไปมองดูตามเสียงนั้น
อ้อ เอกนั่นเอง
ผู้เขียน มีอะไรหรือเพื่อน
เอก เฮ้ย พงษ์ลื้อต้องช่วยอั๊วหน่อยนะเพื่อน
ผู้เขียน ลื้อต้องการให้อั๊วช่วยอะไรลื้อ
ลื้อบอกมาเลย
เอก อั๊วโกหกพ่อของอั๊วว่า “อั๊วจบแล้ว”
ผู้เขียน แล้วลื้อจะให้อั๊วช่วยอะไรหรือ
เอก อั๊วต้องสอบผ่านวิชาดาราศาสตร์ที่ลื้อสอนนี้
ผู้เขียน ลื้อก็ต้องทำตัวอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ในห้องเลกเชอร์อั๊วเป็นอาจารย์ ส่วนลื้อเป็นลูกศิษย์
เมื่ออยู่นอกห้องเราเป็นเพื่อนกัน
อ้อ สิ่งสำคัญ คือ ลื้อต้องเข้าห้องเลกเชอร์ทุกครั้งที่มีการเรียนการสอน
นอกจากนี้ อั๊วสั่งให้ทำอะไรลื้อก็ต้องทำตามอย่างมีเหตุผล
เอก อั๊วจะทำตัวดีและตั้งใจเรียนโดยไม่ทำให้ลื้อไม่สบายใจอย่างแน่นอน
อ้อ ลื้ออย่าบอกกับพ่อของอั๊วนะว่าอั๊วยังไม่จบน่ะ
ผู้เขียน ถ้าลื้อทำได้ตามที่พูดลื้อก็จะจบอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ลื้อช่วยบอกเพื่อน ๆ ที่เรียนกับอั๋วด้วยล่ะ
เอก รับคำ
ตลอดทั้งภาคการศึกษาเอกเข้าห้องเลกเชอร์ทมุกคาบของการเรียนการสอนตามที่สัญญากับผู้เขียนนั้น
ผลการสอบก็ลงเอยด้วยดีโดยที่ผู้เขียนไม่ต้องช่วยเอกและเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ แต่ประการใด
อนึ่ง ต่อมาผู้เขียนรู้ข่าวที่ดีใจดังนี้
เพื่อนหลาย ๆ คนที่เรียนวิชาดาราศาสตร์กับผู้เขียน ณ ตอนนั้นในฐานะที่เป็นนิสิตสอบตกซ้ำชั้นมาก่อน ต่อมาจบปริญญาเอกจากต่างประเทศหลายคนโดยที่รวมทั้งเอกด้วย
ทั้งนี้ผู้เขียนกล่าวย้ำเสมอดังนี้
“ลูกศิษย์ต้องเก่งและก้าวหน้ากว่าอาจารย์ประเทศไทยจึงจะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น”
อนึ่ง ผู้เขียนในฐานะอาจารย์คนหนึ่งก็ชื่นชมและยินดีในความสำเร็จของลูกศิษย์ทุก ๆ คนอย่างจริงใจ
“โกหกเพื่ออะไรเรื่องนี้ก็จบลงด้วยประการฉะนี้”
ทั้งนี้ผู้อ่านทุกคนตอบได้หรือไม่ว่า “โกหกเพื่ออะไร”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
https://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
18 มีนาคม 2554

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s