วิทยาศาสตร์และธรรมชาติ

วิทยาศาสตร์และธรรมชาติ

วิทยาศาสตร์อาจกล่าวว่าน่าเป็นจริง
ใคร่ท้วงติงประวิงไว้ใคร่แก้ไข
วิทยาศาสตร์อาจบอกเพียงเยี่ยงเป็นไป
เท่าที่ได้ค้นคว้าไปหลายวิชา
ธรรมชาติคาดการณ์ไซร้ได้ยากนัก
จึงใคร่จักตระหนักใจใฝ่ค้นหา
ธรรมชาติประหลาดเหลือเหนือวิชา
ยากนักหนาค้นคว้าล้ำธรรมชาติ

ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่จะขอกล่าวถึงเนื้อหาสาระทางวิทยาศาสตร์เชิงเปรียบเทียบกับธรรมชาติโดยหวังจะก่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างสมเหตุสมผลดังนี้
วิทยาศาสตร์ (Science) เป็นวิชาหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการหนึ่ง ๆ ดังนี้
การสังเกต ศึกษา ค้นคว้า วิจัย การทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในธรรมชาติ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในธรรมชาติ
แล้วจัดเป็นระบบที่มีระเบียบในลักษณะของสมมุติฐาน หลักการ และกฎต่าง ๆ
ทั้งนี้เราปรารถนาที่จะเข้าถึงธรรมชาติให้มากสุดตราบเท่าที่ความสามารถของเราจะพึงมี ตลอดจนอุปกรณ์และเทคโนโลยีจะอำนวยให้
โดยทั่วไปเราจะกล่าวถึงวิทยาศาสตร์เป็น 2 แขนงดังนี้
แขนงหนึ่ง คือ วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Science) ซึ่งเป็นแขนงที่ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีชีวิตทั้งปวง เช่น ฟิสิกส์ เคมี และดาราศาสตร์ โดยอาจจะรวมคณิตศาสตร์ไว้ด้วย
อีกแขนงหนึ่ง คือ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Science) ซึ่งเป็นแขนงที่ศึกษาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทั้งปวง เช่น สัตววิทยาและพฤกษศาสตร์
ทั้งนี้เรากำลังกล่าวถึงวิทยาศาสตร์แขนงที่รู้จักกันในนามวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Science) แขนงหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ขอได้รับรู้ด้วยว่ายังมีวิทยาศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่ได้ดัดแปรไปจากไปจากวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์นี้ โดยเราจัดอยู่ในลักษณะของวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นแขนงวิชาอีกแขนงหนึ่งที่เรามีจุดมุ่งหมายเชิงปฏิบัติที่หวังผลนอกเหนือไปจากทางทฤษฎีซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของทางแขนงวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์แขนงนั้น เช่น แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเกษตรศาสตร์
อนึ่ง โดยทั่วไปเรามักจะกล่าวกันดังนี้
วิทยาศาสตร์เป็นความจริง (Science is fact.)
ผู้เขียนอยากจะขอย้ำไว้ ณ ที่นี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เราได้รับจากความพยายามเข้าถึงธรรมชาติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยมีทั้งที่ขัดแย้งกันและที่สอดคล้องกัน มีทั้งที่ยอมรับผิดและที่รับรู้ว่าถูก
แต่ความรู้ที่เราได้รับนั้นไม่เคยอยู่นิ่ง
อย่างไรก็ตาม ย่อมจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และเทคโนโลยีในยุคสมัยหนึ่งเป็นสำคัญ
ทั้งนี้เราไม่เคยมีความรู้ที่เข้าถึงธรรมชาติโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริงเลยแม้แต่เพียงครั้งเดียว
ดังนั้น ผู้เขียนจึงใคร่ขอกล่าวปิดประเด็นของเนื้อหาสาระส่วนนี้ไว้ดังนี้
ธรรมชาติเป็นความจริง (Nature is fact.)
วิทยาศาสตร์จึงเป็นความรู้เพียงส่วนหนึ่งของความจริงในธรรมชาติ
ตราบใดที่มนุษย์มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
ตราบนั้นเราก็จะเข้าใกล้ถึงความจริงของธรรมชาติมากขึ้นเปรียบประหนึ่งเงาตามตัวนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงมิได้หยุดนิ่ง
แต่ยังรอพวกเรารุ่นแล้วรุ่นเล่าให้เสาะแสวงหาแก่นแท้อันเป็นที่สุดของความรู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงความลี้ลับของเอกภพ (Universe) ซึ่งเป็นแหล่งหนึ่งที่เปรียบประหนึ่งว่ามีม่านทึบขวางกั้นเส้นทางความรู้ของเราอยู่

ธรรมชาติสะอาดตาพาร่มรื่น
จิตชุ่มชื่นอื่นใดหาได้เหมือน
ดั่งจิตข้าฯ ครานี้ที่มิเลือน
ใจยังเตือนไม่เลือนว่าข้าฯ ต้องมอง
ธรรมชาติสะอาดยิ่งเหนือสิ่งใด
มนุษย์ไซร้ใคร่เติมเสริมให้หมอง
มลภาวะมาเติมเพิ่มก่ายกอง
อย่างนี้ต้องร้องหาวิชาชาญ

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
https://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/
28 กุมภาพันธ์ 2554

2 comments so far

  1. choomporn on

    ไม่ว่าเราจะพยายามเพียงใดในการเข้าไปรู้จักธรรมชาติที่แท้จริง เราก็เพียงได้รู้ในลักษณะที่เป็นเพียงค่าประมาณ และจะยังคงไม่ถึงที่สุดแห่งความรู้

    เหตุผลก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการสังเกตุธรรมชาติที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมามันหยาบเกินไปที่จะไปสัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่ละเอียดอ่อน

    มนุษย์ต่างพยายามคิดค้นหาสิ่งที่จะมาช่วยให้สังเกตุธรรมชาติ แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่รู้ เพราะสิ่งที่จะรู้ธรรมชาติได้อย่างแท้จริงนั้นคือผู้รู้ที่อยู่ภายในของทุกคน และจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราหยุดคิด

    ผู้ที่สามารถเข้าถึงความละเอียดเหล่านี้ได้จะพบกับธรรมชาติเดียวกันทุกคน นั่นคือความไม่มีอะไร แท้ที่จริงธรรมชาติที่เราเห็นแม้ที่เห็นนั้นจะเห็นจริงแต่มันไม่มีอยู่จริง เพราะธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลง ตั้งอยู่ไม่ได้นาน และไม่มีตัวตน

    • genphysics on

      โดยรวมแล้วผู้เขียนคล้อยตามข้อคิดเห็นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตอนจบนั้นอาจจะแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยดังนี้ กล่าวคือ สิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติที่เรายอมรับกันว่า คือ สสารย่อมมีตัวตนโดยเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ทั้งนี้เอกภพ (Universe) ที่เราอยู่นี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่มี่ตัวตนเช่นเดียวกัน อนึ่ง ผู้เขียนขอขอบคุณผู้ที่แสดงข้อคิดเห็นดังกล่าวเป็นอย่างมาก รศ. สมพงษ์ ใจดี 10 มีนาคม 2554


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s