การเหาะในอวกาศ

การเหาะในอวกาศ
3 มิถุนายน 2508
นักบินอวกาศบังคับการวัย 35 ปีเจมส์ แมกดิวิตและนักบินผู้ช่วยวัย 34 ปีเอ็ดเวิร์ด ไวท์ได้ประสบความสำเร็จในการโคจรรอบ ๆ โลกถึง 62 รอบ
ทั้งนี้ระหว่างโคจรรอบที่ 3 รอบหนึ่ง ณ ขณะที่อยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกที่ระดับความสูง 190 กิโลเมตรไวท์เปิดฝาครอบที่นั่งในยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ออกแล้วยืนขี้น
ไวท์มองเห็นบริเวณเวิ้งว้างอันกว้างใหญ่สุดสายตา
โดยที่ไวท์มองเห็นโลกสีน้ำเงินสดใสลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของบริเวณส่วนหนึ่งของเอกภพที่มีจุดประกายแสงระยิบระยับจุดหนึ่ง ๆ อยู่ทั่วไป
ไวท์เคลื่อนตัวออกจากยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ด้วยแรงขับดันด้วยอิทธิพลของแรงผลักจากปืนออกซิเจนกระบอกหนึ่งของเขาเอง
ณ ตอนนั้นไวท์เป็นวีระบุรุษอเมริกันคนแรกที่กล้าเสี่ยงชีวิตแบบท้ามฤตยู
โดยที่ไวท์เคลื่อนตัวออกจากที่ปลอดภัยในอวกาศเจมินี 4 ลำนี้สู่อวกาศภายนอกท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าของห้วงเวหา ณ แห่งนั้น
ไวท์ลอยตัวอยู่นอกยานอวกาศโดยมีสายยาว 8 เมตรเส้นหนึ่งโยงรั้งตัวของเขาไว้
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เขาหลุดลอยไปในอวกาศอันเวิ้งว้างดังกล่าว
นอกจากนี้ สายโยงเส้นนี้ยังมีช่องส่งออกซิเจนช่วยในการหายใจของไวท์ด้วย
อนึ่ง เมื่อไวท์เหนี่ยวไกปืนออกซิเจนกระบอกนั้นจะมีกระบวนการอย่างหนึ่งที่ทำให้มีไอพ่นออกมาและช่วยให้ไวท์สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่ว
ทั้ง ๆ ที่ไวท์นั้นก็ไต่อยู่บนผิวของยานอวกาศลำนี้ที่กำลังเคลื่อนที่เร็วถึง 2 หมื่น 8 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ต่อมาไวท์ได้รายงานดังนี้
เขาเองค่อนข้างลำบากที่จะเหยียบลงสัมผัสกับยานอวกาศลำนี้
ทั้งนี้ทุกครั้งที่เขาเขยิบเข้าใกล้กับอวกาศเจมินี 4 ลำนั้นยานอวกาศลำดังกล่าวก็จะเคลื่อนที่เปลี่ยนไป
โดยเปรียบประหนึ่งที่เราพยายามเหยียบลงบนกระดานแผ่นหนึ่งที่เคลื่อนที่เร็ว ๆ
อนึ่ง ในช่วงเวลา 20 นาที่ไวท์อยู่นอกอวกาศเจมินี 4 ลำนั้นไวท์ก็ได้เดินทางไปพร้อม ๆ กับยานอวกาศลำดังกล่าวเป็นระยะทางที่ไกลถึงหมื่นกิโลเมตรทีเดียว
ขณะที่ไวท์กำลังเพลิดเพลินกับสภาวะนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้อยู่นั้น
แมกดิวิตเห็นว่าไวท์อยู่ในสภาวะเช่นนั้นค่อนข้างนานจึงเตือนให้ไวท์กลับเข้าสู่ภายในยานอวกาศลำนี้ซะที
อย่างไรก็ตาม ไว้ตอบระคนเสียงหัวเราะดังนี้
“… สนุกดี… ผมยังไม่อยากกลับเข้าไปหรอกครับ…”
ดังนั้น แมกดิวิตจึงต้องพูดเชิงออกคำสั่งแกมบังคับให้ไวท์กลับเข้ามาภายในยานอวกาศลำนี้ด้วยความเป็นห่วง
อนึ่ง ไวท์กล่าว ณ ตอนนั้นดังนี้
“… ผมยังไม่อยากกลับเข้าไปเลย…
ทั้งนี้ ณ ขณะที่ผมอยู่นอกยานอวกาศเจมินีลำนี้อย่างตอนนี้นั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุด ๆ ของการปฏิบัติภารกิจขึ้นสู่อวกาศในครั้งนี้เลยครับ…”
ความสำเร็จอย่างงดงามของการปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้ของไวท์ยังผลถึงช่องทางที่นำไปสู่วิธีการซ่อมแซมดาวเทียมดวงหนึ่ง ๆ หรือยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ได้ในกรณีที่มีความจำเป็น
อนึ่ง ถ้าพัฒนาเทคนิกบางประการอย่างสมเหตุสมผลการสร้างสถานีอวกาศสถานีหนึ่ง ๆ ก็อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้
ถ้าทุกสิ่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่นดังกล่าวนั้นโครงการใดโครงการหนึ่งที่มนุษย์จะท่องอวกาศไปสู่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ๆ ก็อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้เช่นกัน
ตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีความคิดในการสำรวจเอกภพอยู่ดังเช่นทุกวันนี้
โดยที่มีการสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ไวท์ได้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์ดังนี้
“ชุดอวกาศ 18 ชั้นชุดที่เขาสวม ณ ขณะที่ออกปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศเจมินี 4 ลำนี้มีประสิทธิภาพสูงอย่างไร้ปัญหา…
ทั้งนี้สามารถป้องกันจุลอุกกาบาตชิ้นหนึ่ง ๆ ได้…
สามารถปรับอุณหภูมิและความดันได้อย่างเหมาะสม…”
อย่างไรก็ตาม ชุดอวกาศ 18 ชั้นชุดนี้ก็มีราคาแพงอย่างน่าใจหาย
ทั้งนี้มีราคาที่มากกว่า 5 แสนบาทในปี พ.ศ. 2508
(โดยถ้าเป็นในปัจจุบันนี้ก็ต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทอย่างแน่นอน)
อนึ่ง ณ ตอนนั้นไวท์สวมเกราะกำบังตาอันหนึ่งด้วย
ดังนั้น ไวท์จึงสามารถมองดูดวงอาทิตย์ได้โดยตรงอย่างไม่เป็นอันตราย
ณ ตอนนั้นต่างเป็นที่ยอมรับกันดังนี้
“ประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนี้มีค่ามหาศาลสุดที่จะประเมินเป็นราคาได้…
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบชุดอวกาศชุดหนึ่ง ๆ ที่นักบินอวกาศจะสวมใส่เมื่อลงสำรวจดวงจันทร์ตามโครงการอะพอลโลโครงการหนึ่งต่อไป…”
ความสำเร็จประการต่าง ๆ นอกจากที่กล่าวมาแล้วมีดังนี้
1. สามารถปรับเปลี่ยนอัตราเร็ว
2. สามารถปรับระดับของความสูง
3. สามารถเปลี่ยนแนววงโคจรวงหนึ่ง ๆ ได้ตามที่ต้องการ
ทั้งนี้เป็นการใช้สมรรถนะของจรวดลำเล็ก ๆ ที่ปลายส่วนหัว ที่ฐาน และที่ด้านข้างของยานอวกาศลำดังกล่าวนั้น
ดังนั้น สมรรถนะของแคปซูลเจมินีลำหนึ่ง ๆ ตามที่เรากล่าวมาแล้วส่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคนิกและการสร้างยานอวกาศลำหนึ่ง ๆ ได้อย่างดียิ่ง
6 มิถุนายน 2508
สันตะปาปาปอลที่ 6 ได้ตรัสดังนี้
“… คำสวดวิงวอนของเราย่อมแผ่กระจายไปจนทั่วพิภพและบรรลุสู่สรวงสวรรค์เพื่อคุ้มครองแด่ผู้ใดผู้หนึ่งที่กำลังสำรวจดวงดาวในอวกาศ…”
7 มิถุนายน 2508
อดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสันได้โทรศัพท์แสดงความยินดีต่อมนุษย์อวกาศทั้ง 2 คนที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างยอดเยี่ยม
โดยที่ข้อความตอนหนึ่งเป็นดังนี้
“… สิ่งที่ท่านทั้ง 2 คนได้กระทำในครั้งนี้ยากที่ใคร ๆ จะลืมได้
… ทั้งนี้เราต่างหวังและสวดวิงวอนเพื่อให้บรรลุสู่เวลาที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อบุกเบิกอวกาศและเดินเคียงข้างกันและกันไปสู่สันติ…
… ท่านทั้ง 2 คนย่อมประจักษ์แล้วว่า ณ ตอนนี้มนุษย์โลกมีความรู้ความสามารถทางด้านอวกาศที่ก้าวหน้าไปไกล…

… อีกทั้งข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า มนุษย์แห่งโลกเสรีย่อมตระหนักถึงความรู้สึกที่เป็นหนี้บุญคุณต่อท่านทั้ง 2 คนอย่างสุด ๆ …”
ณ วันเดียวกันนี้
อูทันต์ซึ่งเป็นเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติ ณ ตอนนั้นได้ส่งสาส์นไปยังอดีตประธานาธิบดีลินดอน บี จอห์นสันและนักบินอวกาศทั้ง 2 คนดังนี้
“… ผลงานของนักบินอวกาศทั้ง 2 คนนี้นับว่าเป็นชัยชนะเพื่อสันติครั้งล่าสุดและเป็นความสำเร็จที่งดงามสุด ๆ ที่มนุษย์มีต่อห้วงอวกาศ…”

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
https://genphysics.wordpress.com/
http://www.vcharkarn.com/sompongse
24 กุมภาพันธ์ 2554

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s