บันไดขั้นแรกของสหรัฐฯ

บันไดขั้นแรกของสหรัฐฯ
ถ้าบันไดขั้นแรกไม่เกิดก็ไม่ต้องหวังที่จะมีบันไดขั้นต่อ ๆ ไป
นอกจากนั้น ภารกิจที่บันไดขั้นแรกนี้ต้องสำเร็จอย่างงดงามด้วย
หาไม่แล้วความท้อแท้ย่องบังเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักบินอวกาศของสหรัฐอเมริกา 6 คนแรกผู้อาจเอื้อมพิชิตอวกาศโดยการเดิมพันด้วยชีวิตตามโครงการเมอร์คิวรีโครงการหนึ่งมีดังนี้
1. อะแลน บี เชปปาร์ด
2. เวอร์จิล ไอ กริสสอม
3. จอห์น เอช เกลนน์
4. เอ็ม สก็อต คาร์เพนเทอร์
5. วอลเตอร์ เอ็ม เชียร์รา
6. แอล กอร์ดอน คูเปอร์
21 กุมภาพันธ์ 2504 องค์การนาสาได้ประกาศดังนี้
จำนวน 3 ใน 7 คนของมนุษย์อวกาศฝึกหัดของสหรัฐฯ ตามโครงการเมอร์คิวรีโครงการนี้ได้สิ้นสุดการฝึกอบรมรอบสุดท้ายแล้วดังนี้
1. จอห์น เอช เกลนน์ซึ่งเป็นนักบินอวกาศวัย 39 ปีของสหรัฐฯ ชุดแรกนี้
2. เวอร์จิล ไอ กริสสอมวัย 35 ปีและสูง 5 ฟุต 7 นิ้ว
ทั้งนี้เป็นนักบินอวกาศที่เตี้ยสุด
3. อะแลน บี เชปปาร์ดวัย 37 ปี
5 พฤษภาคม 2504
23 วันหลังจากที่กาการินซึ่งเป็นมนุษย์อวกาศคนแรกของสหภาพโซเวียตขึ้นโคจรรอบโลกเป็นผลสำเร็จ
วันที่ 5 พฤษภาคม 2504 นี้เป็นวันแห่งการรอคอยของชาวโลกทั่วไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวโลกแห่งค่ายเสรีที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ
วันนั้นเป็นวันที่จรวดเรดสโตนลำหนึ่งได้ส่งแรงขับดันต่อแคปซูลอิสรภาพ 7 ลำหนึ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางความระทึกใจของชาวโลกทั้งหลายที่ติดตามเหตุการณ์ครั้งนี้
แคปซูลอิสรภาพ 7 ลำนี้มีมนุษย์อวกาศคนหนึ่ง คือ เชปปาร์ดอยู่ภายในด้วย
ทั้งนี้เชปปาร์ดอยู่ในท่าครึ่งนั่งและครึ่งนอน
เราเชื่อได้เลยว่า ณ ตอนนั้นหัวใจของเชปปาร์ดต้องเต้นรัวระทึกราวกับกลองศึกอย่างแน่นอน
วันที่ 5 พฤษภาคม 2504 วันนี้เป็นวันที่สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จ
เชปปาร์ดประสบความสำเร็จในการพิชิตอวกาศดังที่คาดหวังไว้
ทั้งนี้เชปปาร์ดอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก 5 นาที
โดยที่เวลาของการเดินทางทั้งสิ้น 15 นาที
จริงอยู่ช่วงเวลาเพียง 15 นาทีอาจจะเป็นชั่วเวลาเพียงน้อยนิดประหนึ่งความรู้สึกเพียงชั่วการกระพริบตาของคนทั่ว ๆ ไป
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 15 นาทีดังกล่าวนี้เป็นช่วงเวลาอันแสนตื่นเต้นสุด ๆ ของคนทุกคนเช่นกัน
ทั้งนี้เป็นช่วงเวลาของการรอคอยที่นานแสนนานปานประหนึ่งช่วงเวลาของอายุของเอกภพของเราสำหรับคนบนพื้นโลกทุกคนที่เฝ้าติดตามเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนกับความกังวลอย่างที่สุด
อดีตประธานาธิบดีเคนเนดีของสหรัฐฯ ได้ติดตามเฝ้าดูการส่งมนุษย์อวกาศคนแรกของสหรัฐฯ ครั้งนี้ทางโทรทัศน์ ณ กรุงวอชิงตันด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้อดีตประธานาธิบดีเคนเนดีของสหรัฐฯ ได้ติดต่อแสดงความชื่นชมยินดีกับเชปปาร์ดในนาทีแรกที่มีโอกาส
ณ เวลาที่เชปปาร์ดกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัย ณ แห่งหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก
อนึ่ง ครุสชอว์บซึ่งเป็นผู้นำแห่งสหภาพโซเวียตได้โทรเลขถึงเคนเนดีมีใจความดังนี้
“ชัยชนะของมนุษย์ที่มีต่ออวกาศครั้งล่าสุดครั้งนี้ย่อมเป็นแนวทางอันดียิ่งที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางด้านอวกาศโดยปราศจากขีดจำกัด”
21 กรกฎาคม 2504
77 วันหลังจากที่เชปปาร์ดประสบความสำเร็จขึ้นสู่อวกาศ
เวอร์จิล ไอ กริสสอมเป็นมนุษย์อวกาศคาที่ 2 ของสหรัฐฯ ที่พิชิตอวกาศเป็นผลสำเร็จ
ทั้งนี้กริสสอมขี้นไปกับแคปซูลเมอร์คิวรีลำหนึ่งที่มีสมญานามดังนี้
“ระฆังเสรีภาพ 7”
กริสสอมเดินทางเป็นเวลานาน 16 นาที
อยู่ในภาวะไร้น้ำหนัก 5 นาที
เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วมากกว่า 5 พันไมล์ต่อชั่วโมง
โดยที่เร็วกว่าอัตราเร็วของเชปปาร์ดประมาณ 180 ไมล์ต่อชั่วโมง
อนึ่ง เมื่อกริสสอมสิ้นสุดการเดินทางอย่างปลอดภัยก็ได้รับโทรศัพท์แสดงความชื่นชมยินดีจากอดีตประธานาธิบดีเคนเนดีเช่นเดียวกัน
โดยถือเป็นเกียรติอันสูงสุดที่ได้รับ
ทั้งนี้ทั้งเชปปาร์ดและกริสสอมต่างขึ้นสู่ห้วงอวกาศในช่วงเวลาที่เกือบเท่า ๆ กัน
โดยประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน
จึงเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นเป็นทวีคูณ
อย่างไรก็ตาม มนุษย์อวกาศทั้ง 2 คนยังไม่ได้เข้าสู่วงโคจรรอบโลกวงหนึ่งแต่ประการใด
ดังนั้น จึงเป็นความสำเร็จเบื้องต้นเท่านั้น
ขั้นต่อไปจึงเป็นภารกิจในการนำมนุษย์อวกาศเข้าสู่วงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ ให้เป็นผลสำเร็จ
ถ้าสามารถกระทำได้จึงจะนับได้ว่า “เป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง”
ทั้งนี้โครงการ ณ ขั้นนี้จึงเป็นการส่งมนุษย์อวกาศ 3 คนขึ้นโคจรรอบโลกอย่างปลอดภัย
โดยที่มนุษย์อวกาศ 3 คนที่ได้รับเกียรติในโครงการดังกล่าวมีดังนี้
1. จอห์น เอช เกลนน์
2. เอ็ม สก็อต คาร์เพนเทอร์
3. วอลเตอร์ เอ็ม เชียร์รา
เช้าตรู่ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505
จรวดแอตลาสลำหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่แหลมคานาเวอรัล
โดยมีแคปซูลมิตรภาพ 7 ลำหนึ่งต่อไว้ ณ ส่วนยอดด้วย
ณ เวลาที่กำหนดจอห์น เอช เกลนน์ที่อยู่ในชุดนักบินอวกาศอย่างครบครันก็เข้าไปอยู่ในแคปซูลมิตรภาพ 7 ลำนั้น
โดยพร้อมที่จะทะยานขึ้นสู่อวกาศและเข้าสู่วงโคจรรอบโลกวงหนึ่ง ๆ
ในที่สุด แคปซูลมิตรภาพ 7 รูประฆังลำนี้ก็นำจอห์น เกลนน์เข้าสู่วงโครจรรอบโลกวงหนึ่งเป็นผลสำเร็จ
ระหว่างที่เกลนน์โคจรตามวงโคจรวงหนึ่ง ๆ รอบโลก 3 รอบเกลนน์ได้ติดต่อกับสถานีติดตามภาคพื้นดินสถานีหนึ่ง ๆ ดังนี้
1. ได้มองเห็นอนุภาคเล็ก ๆ เรืองแสงสีเขียวและสีเหลืองที่มีขนาดเท่าหัวเข็มหมุดเคลื่อนที่ผ่านแคปซูลมิตรภาพ 7 ลำนี้ ณ ระยะห่างประมาณ 6 ฟุตถึง 7 ฟุตด้วยอัตราเร็วประมาณ 3 ถึง 5 ไมล์ต่อชั่วโมง
2. ณ ขณะที่ผ่านเหนือประเทศออสเตรเลียเกลนน์กล่าวด้วยอารมณ์ดีดังนี้
“แสงไฟฟ้าจากเมืองเพิร์ตที่เขามองนั้นเปรียบเสมือนประหนึ่งเป็นสัญญาณแห่งมิตรภาพอันสวยงามจากโลกมนุษย์”
อนึ่ง ในระหว่างที่เกลนน์กำลังโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ ตามภารกิจของเขานั้น ณ ตอนหนึ่งอดีตประธานาธิบดีเคนเนดีได้ติดต่อแสดงความชื่นชมยินดี
ทั้งนี้ข้อความตอนหนึ่งมีใจความดังนี้
“เมื่อเราเริ่มต้นการค้นคว้าทางด้านอวกาศช้ากว่าประเทศอื่นเราตระหนักดีว่าเราต้องเดินทางอีกไกลเพื่อที่จะแข่งขันทางด้านอวกาศนี้ แต่เดี๋ยวนี้เราเองกำลังท่องอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งใหม่ อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า สหรัฐอเมริกานั้นต้องสามารถแล่นเรือไปอยู่ในตำแหน่งที่ 2 จนกระทั่งบรรลุสู่ ณ ตำแหน่งแนวหน้าตำแหน่งหนึ่งได้ในที่สุด…”
24 พฤษภาคม 2505
เอ็ม สก็อต คาร์เพนเทอร์เป็นมนุษย์อวกาศสหรัฐฯ คนที่ 2 ที่โคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ๆ โดยแคปซูลออโรรา 7 ลำหนึ่ง
คาร์เพนเทอร์โคจรตามวงโคจรวงหนึ่ง ๆ ครบรอบในช่วงเวลา 88.3 นาที
ทั้งนี้คาร์เพนเทอร์โคจรรอบ ๆ โลกเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมง
อนึ่ง ระหว่างที่คาร์เพนเทอร์กำลังโคจรในรอบที่ 2 นั้นได้กล่าวสนับสนุนถึงอนุภาคเล็ก ๆ คล้าย ๆ กับที่เกลนน์ได้รายงานมาก่อนหน้านั้น
อีกทั้งคาร์เพนเทอร์ก็ได้ถ่ายภาพอนุภาคเล็ก ๆ ดังกล่าวไว้ด้วย
นอกจากนี้ คาร์เพนเทอร์ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมดังนี้
“อนุภาคเล็ก ๆ นั้นน่าจะเป็นอนุภาคของน้ำค้างแข็งที่อยู่นอกแคปซูลออโรรา 7 ลำนี้ก็เป็นได้”
อนึ่ง เพื่อทดลองประสิทธิภาพในการมองเห็นสีต่าง ๆ ในอวกาศคาร์เพนเทอร์ได้ปล่อยบัลลูนลูกหนึ่ง ๆ ที่มีมีสีต่าง ๆ กันออกสู่ข้างนอกของแคปซูลออโรรา 7 ลำนี้
ทั้งนี้คาร์เพนเทอร์รายงานดังนี้
“สีที่มองเห็นได้ดีสุด คือ สีแสด”
คาร์เพนเทอร์เสร็จสิ้นภารกิจและกลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับนักบินอวกาศของสหรัฐฯ ทุกคนก่อนหน้านั้น
3 ตุลาคม 2505
คือ วันขึ้นสู่อวกาศของนักบินอวกาศสหรัฐฯ ด้วยความเชื่อมั่นอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้วันนี้เป็นเพียงอีกวันหนึ่งของปี พ.ศ. 2505 ที่สหรัฐฯ ต้องการปิดโครงการของปีนี้อย่างสมบูรณ์เพื่อไม่ให้มีข้อกังขาอีกต่อไปสำหรับก้าวต่อ ๆ ไปของโครงการอวกาศโครงการใหม่ ๆ ที่จะตามมา
วอลเตอร์ เอ็ม เชียร์ราเป็นนักบินอวกาศของสหรัฐฯ คนสุดท้ายที่ขึ้นสู่วงโคจรรอบ ๆ โลกใน พ.ศ. 2505 นี้ด้วยแคปซูลซิกมา 7 ลำหนึ่ง
ทั้งนี้เชียร์ราโคจรตามวงโคจรรอบโลกด้วยอัตราเร็วถึง 17,550 ไมล์ต่อชั่วโมง
โคจรอยู่นานถึง 8 ชั่วโมง 45 นาที
โดยโคจรครบ 1 รอบทุก ๆ ช่วงเวลา 88.5 นาที
และโคจรรอบโลกถึง 6 รอบด้วยกัน
เนื่องจากความสำเร็จของการโคจรตามวงโคจรรอบโลกของนักบินอวกาศของสหรัฐฯ 2 ครั้งที่ผ่านมา
ดังนั้น การขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกของเชียร์รานี้จึงเป็นเพียงการปิดประตูบานหนึ่งให้สนิทอย่างสมบูรณ์เท่านั้น
ทุกคนจึงเชื่อมั่นถึงความสำเร็จโดยไร้ข้อกังขาแต่ประการใด
ด้วยเหตุนี้ ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่คาดหวังดังกล่าวฉะนี้
อนึ่ง ความสำเร็จของการโคจรรอบโลกของนักบินอวกาศของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 1 ปีนี้ย่อมก่อให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่อยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักของนักบินอวกาศคนหนึ่ง ๆ ที่ผ่านมาอย่างปลอดภัยก็มากขึ้น ๆ เป็นลำดับ
อย่างไรก็ตาม เพื่อหวังผลต่อไปในอนาคตจึงมีจุดประสงค์ที่จะให้นักบินอวกาศอยู่ในอวกาศนานกว่าที่ผ่านมาเป็นทวีคูณ
สิ่งนี้ คือ จุดมุ่งหมายเด่นจุดหนึ่งในปี พ.ศ. 2506
พ.ศ. 2506
แอล กอร์ดอน คูเปอร์หนุมใหญ่วัย 36 ปีเป็นคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือกให้ปฏิบัติภารกิจในการดำรงชีวิตที่ยาวนานอย่างปลอดภัยในปีนี้
กอร์ดอน คูเปอร์ซึ่งอยู่ในแคปซูลความสัตย์ 7 ลำหนึ่งได้โคจรตามวงโคจรรอบโลกถึง 22 รอบระหว่างวันที่ 15 และ 16 พฤษภาคม 2506
โดยมีระยะทางที่ไกลกว่า 5 แสนไมล์
ทั้งนี้ระหว่างการโคจรรอบ ๆ โลกดังกล่าวคูเปอร์ได้ปฏิบัติภารกิจหลายชนิดอย่างมีประสิทธิภาพดังนี้
บังคับแคปซูลความสัตย์ 7 ลำนี้ด้วยตัวเอง
ถ่ายภาพนิ่งภาพหนึ่ง ๆ
ถ่ายภาพยนตร์
สังเกตดาวฤกษ์ต่าง ๆ
และส่งรายงานภารกิจมายังสถานีติดตามภาคพื้นดินสถานีหนึ่ง ๆ เป็นระยะ ๆ
เมื่อครบกำหนดเวลาการเดินทางในอวกาศที่ยาวนานคูเปอร์ก็กลับคืนสู่โลกอย่างปลอดภัยท่ามกลางความยินดีของคนที่ติดตามโดยทั่วกัน
อนึ่ง ขณะที่คูเปอร์อยู่บนเรือลำที่รอรับลำหนึ่งนั้นอดีตประธานาธิบดีเคนเนดีก็ได้ติดต่อเพื่อแสดงความชื่นชมยินดีต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการปฏิบัติภารกิจเชิงก้าวกระโดดของช่วงเวลาที่คูเปอร์สามารถดำรงชีวิตอยู่ในอวกาศได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้เคนเนดีได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับการออกสู่อวกาศของนักบินอวกาศของสหรัฐฯ คนหนึ่ง ๆ ดังนี้
“การออกสู่อวกาศของนักบินอวกาศของสหรัฐฯ เป็นภารกิจยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของชัยชนะทั้งมวลที่แสดงถึงความกล้าหาญอย่างสุด ๆ ของมนุษย์โลกในยุคนี้”
12 มิถุนายน 2506
องค์การนาสาองค์การนี้ได้ประกาศเป็นทางการดังนี้
การท่องอวกาศของคูเปอร์ครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดภารกิจของการออกสู่อวกาศตามโครงการเมอร์คิวรีโครงการหนึ่งของสหรัฐฯ
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวโครงการนี้เป็นขั้นต้นของการบุกเบิกเพื่อการเดินทางไปสู่เทห์ท้องฟ้าอวกาศแห่งหนึ่ง ๆ ที่เป็นภพอื่น ๆ ต่อไป…
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
https://genphysics.wordpress.com/
12 กุมภาพันธ์ 2554

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s