เฆี่ยน

เฆี่ยน
พ.ศ. 2488
ณ พื้นที่ของศาลาวัดชัยมงคล อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
สถานที่โล่งซึ่งใช้เป็นที่เรียนของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ถึงชั้นประถมปีที่ 4
โรงเรียนเทศบาลวัดชัยมงคล
ณ ที่นั่นมีครู 2 คนเท่านั้น
ครูคนหนึ่งที่จำได้แม่น คือ ครูสนิท อุดมรัตน์ (ซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง)
โดยเป็นชื่อจริงที่ขอนำมากล่าว ณ ที่นี้เชิงสดุดีเพื่อเป็นเกียรติแก่ครูที่ดีในอดีตคนหนึ่งที่ผู้เขียนรู้จัก คุ้นเคย และอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม
ครูสนิทสอนทุกวิชา
อย่างไรก็ตาม ที่นับว่าสอนดีและสอนเก่งมาก คือ เลขคณิต (รวมทั้งเลขคณิตคิดในใจด้วย)
เช้าวันหนึ่งครูสนิทเข้าสอนที่ชั้นประถมปีที่ 2 ในชั่วโมงแรก
วันนี้ครูสนิทดูเคร่งขรึมโดยไม่ยิ้มเหมือนอย่างทุก ๆ วัน
ครูสนิทพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบดังนี้
วันนี้ครูเข้าสอนชั้นนี้ก่อนในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกแล้วครูจะให้นักเรียนทำโจทย์แบบฝึกหัดเพื่อรอครูกลับมาอธิบายเพิ่มเติมหลังจากที่ไปสอนชั้นประถมปีที่ 4 ในช่วงครึ่งชั่วโมงหลัง
นักเรียนทุกคนต่างก็นั่งนิ่งโดยไม่แน่ใจว่ามีอะไรเกิดขึ้น
ครูสนิทพูดต่ออีกดังนี้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ครูต้องทำในสิ่งที่ครูไม่อยากทำเลย
นักเรียนต่างหันมองกันและกันอย่างงง ๆ
ครูสนิทหยุดนิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง
แล้วจึงพูดต่อดังนี้
ครูจำเป็นต้องทำโทษนักเรียนที่ประพฤติไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ครูหวังว่านักเรียนจะเข้าใจในสิ่งที่ครูต้องทำนี้
ทั้งนี้เพื่อว่าลูกศิษย์ของครูทุกคนต้องเป็นทั้งคนดีในวันนี้และวันข้างหน้า
ตอนนี้นักเรียนหลายคนมีสีหน้าหวั่นวิตกอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนที่โตและมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด
ครูสนิทหยุดนิ่งอีกครั้งหนึ่ง
แล้วจึงพูดด้วยเสียงราบเรียบเช่นเดิมดังนี้
ลูกศิษย์ของครูคนไหนมีทั้งของที่ใช้เล่นการพะนันและได้เล่นการพะนันกันบ้างให้ยกมือขึ้น
ในตอนแรกไม่มีใครยกมือเลยสักคนเดียว
ทั้งนี้คงต่างตกใจและไม่ได้คาดคิดว่า “ครูสนิทจะถามเช่นนั้น”
ทันทีที่ผู้เขียนได้สติจึงยกมือขึ้นเป็นคนแรก
ครูสนิทหันมามองทางผู้เขียนด้วยสีหน้าตกใจ แปลกใจ และแสดงอาการไม่ค่อยจะเชื่อนัก
แต่ครูสนิทก็ไม่ได้แสดงอาการอย่างอื่น ๆ ทีเด่นชัด
แล้วครูสนิทก็ถามย้ำอีกครั้งหนึ่งดังนี้
นอกจากสมพงษ์แล้วมีใครอีกบ้าง
โดยที่ตอนนี้ครูมองไปทางกลุ่มนักเรียนตัวโต ๆ กลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ทางด้านหลัง ๆ ของชั้น (ที่ไม่เรียกว่า “ห้องเรียน” ก็เพราะว่าเป็นพื้นที่โล่งโดยตลอด)
ต่อจากนั้นก็มีนักเรียนอีหหลาย ๆ คนยกมือขึ้นเป็นการยอมรับโดยดี
เอาล่ะ ตอนนี้กลุ่มนักเรียนกลุ่มนั้นน่ะออกมาที่หน้าชั้นทุกคน ครูสนิทพูด
ทั้งนี้ยังไม่ได้เอ่ยชื่อของผู้เขียนเลย
อนึ่ง เพื่อความเข้าใจนิยายอิงชีวิตจริงที่ผู้เขียนนำมากล่าวไว้ ณ ที่นี้เป็นการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้ผู้เขียนขอกล่าวแทรกเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งไว้ตอนนี้ด้วยดังนี้
อันที่จริง ผู้เขียนไม่ได้เล่นการพะนัน
แต่เนื่องจากผู้เขียนอยู่ในครอบครัวที่ยากจนมาก ๆ ในตอนนั้น
ทั้งนี้ผู้เขียนมีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวเท่านั้น
กล่าวคือ กางเกงขาสั้น 1 ตัวและเสื้อยืดแขนยาวที่มีลายอีก 1 ตัว
ส่วนรองเท้าและถุงเท้านั้นไม่รู้จักเลย
อ้อ ดูเหมือนว่าไม่เคยมีการแปรงฟันด้วย
เท่าที่จำได้อาจจะอมเกลือบ้าง
หรือเอาขึ้เถ้าจากเตาอั้งโล่ใบหนึ่งมาถูฟันบ้างเป็นครั้งคราว
เพราะความจนนั่นแหละผู้เขียนจึงทำทุกอย่างที่จะสามารถแลกเปลี่ยน (ขายให้เพื่อน ๆ ) มาเป็นสตางค์
ของอย่างหนึ่งในจำนวนนั้นนอกจากเครื่องเล่นของเด็ก ๆ ขนิดหนึ่งที่เรียกว่า “จักจั่น” แล้วก็มีชุดไพ่ป๊อก (52 ใบ) ที่ทำจากกระดาษของซองบุหรี่ซองหนึ่ง ๆ ที่แข็งพอควรโดยมีชื่อเรียกกันว่า “บุหรี่ตราฆ้อง” โดยที่ผู้เขียนแกะไม้เป็นรูปต่าง ๆ 4 รูปตามที่ปรากฏในชุดไพ่ป็อก 1 ชุดดังนี้
กล่าวคือ โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก
แล้วประทับเครื่องหมายของจำนวนรูปเลียนแบบของไพ่ป๊อก 1 ชุด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผู้เขียนจำไม่ค่อยได้ว่า “ขายกับเพื่อน ๆ ชุดละเท่าใด”
นี่แหละ คือ ที่มาว่าทำไมผู้เขียนจึงยกมือขึ้นเป็นคนแรกนั้น
อนึ่ง สมัยนั้นยังมีโอกาสเห็นสตางค์แดงมีรูตรงกลางราคา 1 สตางค์
ส่วนขนมถ้วยโต ๆ ก็ราคาถ้วยละไม่ถึง 10 สตางค์

ต่อจากนั้นครูสนิทก็ใช้ไม้เรียวที่เหลาไว้อย่างดีตีที่ก้นของนักเรียนกลุ่มนั้นคนละ 1 ทีพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างไปพร้อม ๆ กับที่ตีด้วย
ทั้งนี้นักเรียนแต่ละคนที่โดนทำโทษก็คำนับครูสนิททั้งก่อนและหลังที่ถูกตีด้วย
อีกทั้งไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองครูแต่ประการใด
นอกจากนี้ บางคนก็ยังหันมายิ้มกับเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่
โดยแสดงออกถึงการยอมรับต่อความผิดที่ตัวเองทำนั้น
อ้อ ครูสนิทก็ตีค่อย ๆ เท่านั้นโดยที่ไม่ได้เงื้อไม้เรียวจนสุดแขนอย่างที่เห็นภาพการทำโทษของครูทางโทรทัศน์ดังที่ปรากฏให้เห็นนั้น
หลังจากที่ครูสนิทตีก้นนักเรียนกลุ่มนั้นครบทุกคนแล้ว
ครูสนิทมองมาทางผู้เขียน
อ้าว ตอนนี้ถึงทีสมพงษ์ล่ะ
ขณะที่ครูสนิทตีผู้เขียนอย่างค่อย ๆ 1 ทีก็พูดด้วยดังนี้
“เธอนี่ซื่อจริง ๆ นะ”
เมื่อทำโทษจนครบทุกคนแล้วครูสนิทก็พูดอบรมสั่งสอนถึงสิ่งที่ดีและไม่ดี
โดยในตอนท้ายยังพูดอีกดังนี้
สมพงษ์เป็นเพียงผู้ทำไพ่ป๊อกและไม่ได้เล่นการพะนันก็ตาม
แต่สมพงษ์ก็ยอมรับผิดด้วย
ครูก็ต้องลงโทษด้วยเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่ครูรู้ดีว่าสมพงษ์เป็นนักเรียนที่เรียนดีสุดของชั้นและประพฤติดี
ท้ายสุดนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงการเรียบเรียงเรื่องนี้เพื่อชี้ให้เห็นดังนี้
ครูในสมัยโบราณนั้นเป็นครูด้วยจิตและวิญญาณอย่างแท้จริง
ทั้งนี้หวังเพื่อให้ลูกศิษย์เป็นคนดีของประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่ออย่างสนิทใจดังนี้
ปัจจุบันนี้ต้องมีครูที่ดี ๆ จำนวนมากเช่นกัน
ดังนั้น จึงใคร่ขอสดุดีครูทุกคนด้วยความจริงใจ
อนึ่ง ผู้เขียนต้องขออภัยครูดี ๆ ของผู้เขียนหลาย ๆ คนที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้
ผู้เขียนคิดอยู่นานว่าจะลงในเว็บไซต์เว็บนี้ของผู้เขียนหรือไม่
ทั้งนี้ผู้อ่านหลาย ๆ คนอาจจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับฟิสิกส์สักหน่อย
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เป็นนิยายที่อิงชิวิตจริงของผู้เขียน
แต่ก็เกี่ยวกับแรงแรงหนึ่ง
ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับคู่แรงกิริยา-ปฏิกิริยาคู่หนึ่งด้วย
ประกอบกับผู้เขียนอยากกล่าวสดุดีครูทั้งหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูสนิท อุดมรัตน์ที่ผู้เขียนเคารพรักเป็นที่สุด
ผู้เขียนจึงขออนุญาตผู้อ่านได้โปรดอนุโลมยอมรับไว้ ณ ที่ด้วย
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
https://genphysics.wordpress.com/
17 มกราคม 2554

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s