เรื่องนี้ไม่มีใครรู้

เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
1. เราคิดกันแต่เพียงว่า เอกภพของเรานั้นเกิดขึ้นมานานนักแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อใด แท้จริงเป็นอย่างไร รูปร่างอย่างไร และมีเพียงเอกภพของเราเท่านั้นหรือไม่ก็ไม่มีใครตอบได้ ทั้ง ๆ ที่เราต่างพยายามหาคำตอบกันมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทุกวันนี้
นอกจากนี้ เราต่างมีความรู้กันอย่างผิด ๆ อาจจะถูกบ้าง หรือถูกจริงสักเพียงใดก็สุดที่เราสามารถหยั่งรู้ได้
2. มนุษย์มีความคิดจากตนเองเป็นที่ตั้งและเริ่มจากความรู้สึกทางสามัญสำนึกทั้งสิ้น
ดังนั้น เราจึงเริ่มต้นที่คิดว่า โลกที่มนุษย์อาศัยอยู่นี้เป็นศูนย์กลางของเอกภพ
(โดยมักคุ้นต่อคำว่า “จักรวาล” ที่บ่งบอกถึงความกว้างใหญ่ไพศาลนั่นเอง)
ทั้งนี้ความคิดเช่นนี้เป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ยังคิดว่า โลกเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะระบบหนึ่ง
อนึ่ง อีกทั้งยังบอกว่า โลกแบนตามที่ปรากฏแก่สายตาอีกด้วย
(อ้อ เดี๋ยวนี้ก็ยังมีสมาคมโลกแบนอยู่เลย)
3. ต่อมามีคนคิดเชิงแตกต่างว่า “ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะระบบนี้ โดยมีดาวเคราะห์และเทห์ฟ้าอื่น ๆ เช่น ดาวเคระห์น้อยโคจรอยู่โดยรอบ”
อย่างไรก็ตาม น้อยคนนักที่คล้อยตามความคิดนี้ในตอนนั้น
ทั้งนี้เป็นความคิดที่ค้านต่อสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิงนั่นเอง
อนึ่ง ถ้าเราเป็นคนหนึ่งในยุคนั้นก็สุดที่จะยอมรับได้
4. ปัจจุบันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเอกภพที่เราอาศัยอยู่นี้สักเท่าใด
คำตอบ คือ น้อยอย่างยิ่ง
ทั้งนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่รู้มานานมากแล้วเราก็ยังคงไม่รู้อย่างแท้จริงเช่นนั้น
5. เราบอกกันให้เชื่อว่า เราอยู่ในระบบดาราจักรระบบหนึ่งที่เรียกกันเองว่า “ดาราจักรทางช้างเผือก”
ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยเห็นรูปร่างอันแท้จริงของดาราจักรทางช้างเผือกระบบนี้เลย
แม้แต่จำนวนดาวในดาราจักรทางช้างเผือกระบบนี้ก็บอกว่า ประมาณแสนล้านดวง
โดยที่กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในเอกภพของเรานี้มีดาราจักรมากถึงประมาณหมื่นล้านระบบ รู้ได้อย่างไรเอ่ย
ขอให้สังเกตว่า เรามักกล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้โดยประมาณทั้งสิ้น
6. เรามาจากไหน มนุษย์คนแรก (อ้อ ต้องบอกว่า มนุษย์ชายและหญิง 2 คนแรก) เกิดขึ้นเมื่อใด อย่างไร และ ณ ที่ใดก็ไม่มีใครสักคนเดียวที่ตอบได้
7. เราถือกำเนิดมาเพื่ออะไร
อีกทั้งเราไม่รู้เลยว่า แต่ละคนจะมีอายุยืนยาวสักเท่าใด
8. เมื่อเราตายไปแล้วเราจะไปไหน
9. เราจะกลับมาเกิดอีกหรือไม่
10. คนที่มีชีวิตอยู่อาจจะนึกถึงวันสิ้นโลก
แล้ววันสิ้นโลกนั้นจะมีจริงหรือไม่
อีกทั้งเมื่อใด
ก็ไม่มีใครตอบได้อีกเช่นกัน
11. ถ้าโลกต้องสิ้นสลายแล้วเอกภพจะต้องแตกสลายไปหรือไม่เราก็ตอบไม่ได้
อ้อ อย่างน้อยอาจคิดกันว่า เอกภพจะมีชีวิตต่อไปอีกยาวนาน
12. ข้อคิดประการหนึ่ง คือ มีคนจำนวนหนึ่งต่างคิดว่า “ของทุกอย่างมีอยู่เป็นคู่ทั้งสิ้น” ในทำนองที่เราคิดว่า มีเอกภพหนึ่งก็จะมีคู่ของเอกภพด้วยเช่นกัน โดยที่มีสสารเราก็ยังค้นพบว่ามีปฏิสสารคู่กันอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราบอกว่าเรารู้นั้นเป็นความรู้ที่แท้จริงประการใด
ดังนั้น ผู้เขียนอยากกล่าวสรุปดังนี้
แท้จริงแล้วเราไม่รู้อะไรเลย
อีกทั้งชีวิตของคนแต่คนก็สั้นอย่างยิ่งเทียบกับอายุของเอภพ
ทั้งนี้คนใดคนหนึ่งจึงมีความรู้น้อยอย่างยิ่ง
ดังนั้น จึงควรรับรู้ในสิ่งที่คนอื่นรู้ด้วยจิตใจที่ไม่อคติ
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
28 ธันวาคม 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s