พ่อกับลูกชายในสมัยปัจจุบันตอนที่ 2

พ่อกับลูกชายในสมัยปัจจุบันตอนที่ 2

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า พ่อ แม่ และลูกชายของครอบครัวที่มั่งคั่งครอบครัวนี้ไม่ได้พบกันเลยในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมา
ช่วงเวลา 3 วันที่ลูกชายคนเดียวของครอบครัวนี้ไม่ได้อยู่บ้านนั้นราวกับว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ผิดสังเกตแก่ทั้งพ่อและแม่เลยแม้แต่น้อยนิด
อ้อ ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า ทั้งแม่บ้านที่ชื่อว่า “มุก” และสามีของมุก คือ “มั่น”นั้นต่างก็ขอลากลับไปบ้านซึ่งน้ำท่วมมาก
ดังนั้น จึงเหลือแต่คนขับรถยนต์คันของพ่อและคันของแม่อีก 2 คน คือ สองและแสนเท่านั้น
นอกจากนี้ คนขับรถยนต์ทั้ง 2 คนนี้ก็ต้องติดตามเจ้านายไปทุกหนทุกแห่ง
จึงแทบไม่มีส่วนรับรู้ความเป็นไปในบ้านเลย
นี่หรือที่เรียกว่า “บ้าน” ของครอบครัวที่มั่งคั่งครอบครัวหนึ่ง

ช่วงเวลานานนับเกือบ 1 เดือนที่ผ่านไป
โดยที่พ่อและแม่ได้มีโอกาสเห็นหน้าลูกชายของตนเองเพียงชั่วแว๋บหนึ่งเท่านั้น
แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสพูดกันแม้แต่คำเดียว
ทั้งนี้ทั้งพ่อและแม่ต่างก็ต้องรีบเดินทางไปต่างประเทศในวันนั้น
โดยที่พ่อต้องไปติดต่อธุรกิจที่ประเทศจีน
ส่วนแม่จะเดินทางไปยุโรปของกลุ่มไลออนส์สตรีในฐานะประธานไลออนส์สตรีสากลกลุ่มนี้
ลูกชายนั่งดูพ่อและแม่ของเขาอย่างแปลกใจ
ทั้งนี้ก่อนหน้าที่เขาจะกลับมาบ้านนั้นเขานึกดังนี้
ทั้งพ่อและแม่คงจะต้องถามถึงที่เขาได้หายไปเป็นเวลานานนับเดือน
โดยอาจจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจสถานีหนึ่งไว้แล้วด้วย
อีกทั้งเขาก็อยากจะชี้แจงรายละเอียดให้พ่อและแม่รู้
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงได้แต่นั่งนิ่งอย่างงงงวยราวกับต้องมนต์สะกด
พร้อมกับนึกว่า นี่เป็นสิ่งดีหรือร้ายกันแน่ที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
แล้วผู้อ่านคนใดต้องการรู้ถึงสาเหตุที่ลูกชายคนเดียวของบ้านนี้ต้องออกไปอยู่ที่อื่นนานนับเดือนหรือไม่เอ่ย
ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ต้องกล่าวถึงไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ถ้าผู้อ่านจำได้ว่า ลูกชายพยายามหาโอกาสพูดกับทั้งพ่อและแม่ในตอนนั้น
แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะบอกอะไรกับทั้งพ่อและแม่เลย
ทั้งนี้ตอนนั้นเขารู้ว่า “เขาสอบฟิสิกส์ไม่ผ่าน”
และต้องการปรึกษาพ่อและแม่เรื่องนี้
โดยที่ยังนับว่า ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบันยังเอื้อให้นักเรียนมีโอกาสสอบใหม่อีกครั้งหนึ่งตามที่เรียกติดปากกันว่า “สอบซ่อม” นั่นแหละ
อ้อ ลูกชายที่ชื่อเอกคนนี้ต้องการขออนุญาตพ่อและแม่ไปอยู่กับเพื่อนคนหนึ่ง คือ เก่งที่เรียนเก่งสมชื่อและอาสาจะติวฟิสิกส์เพื่อสอบซ่อมให้กับเขา
แต่เก่งเป็นเด็กต่างจังหวัดและตอนนั้นน้ำก็ท่วมบ้านที่ต่างจังหวัดของเขาด้วย
ดังนั้น เอกจำเป็นต้องเดินทางไปบ้านต่างจังหวัดของเก่งพร้อมกันกับเก่งด้วย
เมื่อไม่มีโอกาสบอกกับทั้งพ่อและแม่เอกจึงบอกไว้กับมุกที่เป็นแม่บ้านคนนั้น
แต่มุกก็ไม่มีโอกาสบอกให้กับทั้งพ่อและแม่ของเอกรู้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ผ่านไปด้วยดี
เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ณ เย็นวันหนึ่งเป็นวันที่วิเศษสุดของเอกที่มีโอกาสกินอาหารมื้อเย็นพร้อมกันกับทั้งพ่อและแม่ครั้งหนึ่งในรอบนานนับหลายเดือน
เอก นั่งรอพ่อและแม่ที่โต๊ะอาหารด้วยจิตใจที่เป็นสุขอยู่นานแล้ว
เอกเหลือบไปเห็นพ่อและแม่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อม ๆ กันอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นมานานแล้วเช่นกัน
โดยทั้ง 2 คนเดินมุ่งมาทางเขาด้วยอารมณ์ที่ดีอย่างแปลก ๆ ในความรู้สึกของเอก
เอกกล่าวคำว่า “สวัสดีครับพ่อและแม่” พร้อมกับยกมือไหว้
ตอนนี้ทั้งพ่อและแม่นั่งร่วมโต๊ะอาหารพร้อมกับเอกแล้ว
พ่อ เอ พ่อนึกขึ้นได้ว่า ลูกเคยอยากจะปรึกษาอะไรกับพ่อเมื่อนานมาแล้วไม่ใช่หรือ
แม่ จริงซินะ แม่ก็ลืมไปเหมือนกัน
โดยที่แม่มัวแต่ยุ่งกับงานสังคมที่แม่ทำอยู่
งั้นตอนนี้ก็เป็นจังหวะดีที่ลูกเอกจะปรึกษากับทั้งพ่อและแม่ได้พร้อม ๆ กัน
เอก ยิ้มพร้อมกับพูดว่า “ขอบคุณครับพ่อและแม่”
ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้ว
พ่อ แล้วมันปัญหาอะไรกันล่ะ
คงไม่ใช่ลูกติดยาเสพติด หรือว่าไปติดสาวคนไหนกันนะ
เอก ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างนั่นครับพ่อ
แม่ ค่อยโล่งใจไปหน่อย
พ่อ แล้วอะไรกันล่ะ
เอก ตอนนั้นเอกสอบฟิสิกส์ไม่ผ่านครับพ่อและแม่
โดยเป็นสาระของแขนงกลศาตร์สาระหนึ่ง ๆ ที่เกียวกับแรง งาน พลังงาน และโมเมนตัมทั้งเชิงเส้นและโมเมนตัมเชิงมุมที่ลูกคิดว่ายากสุด ๆ สำหรับลูก
พ่อ เท่าที่พ่อเรียนมาก็ยังจำได้ว่า “แขนงกลศาสตร์นี้ยากมากเช่นกัน”
แม่ แม่เองไม่รู้เรื่องเลย
พ่อ แล้วลูกแก้ปัญหาอย่างไรล่ะ
เอก ลูกต้องขออภัยจากทั้งพ่อและแม่ที่ลูกได้หายไปจากบ้านนานนับเกือบเดือน
(ทั้งพ่อและแม่มองหน้ากันอย่างงง ๆ )
ตอนนั้นลูกต้องเดินทางไปบ้านเก่งที่ต่างจังหวัดเพื่อให้เก่งติวให้แล้วจึงกลับมาสอบ โดยที่ตอนนี้ลูกสอบผ่านเรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งดูเหมือนว่า ลูกชักชอบวิชาฟิสิกส์แล้วล่ะพ่อ
ลูกยังตั้งใจว่า ต่อจากนี้ลูกจะพยายามเรียนอย่างเต็มที่แทนที่จะนั่งเล่นเกมส์เป็นเวลานาน ๆ เหมือนกับแต่ก่อน
นอกจากนี้ ลูกยังคิดอยากจะเรียนต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เหมือนกับเก่งด้วยเช่นกัน
พ่อและแม่หันมาสพตากันอีกครั้ง
พ่อ ดีซิลูก พ่อเชื่อว่า ลูกทำได้
ทั้งนี้ลูกก็เป็นเด็กเรียนดีมาโดยตลอดเมื่อตอนเด็ก ๆ นั้น
แม่ แม่ก็เห็นดีเห็นงามกับลูกเช่นกัน
นี่พ่อ เราทั้ง 2 คนต้องให้เวลากับลูกกันมากหน่อยดีไหม
พ่อ ตกลงตั้งแต่นี้ไปเราจะกินอาหารมื้อเย็นร่วมกันทุก ๆ วัน
ถ้ามีปัญหาอะไรก็พูดกันได้และสามารถแก้ไขได้โดยเร็ว
เอก ลูกขอพ่อและแม่อย่างหนึ่งได้ไหมครับ
พ่อ เอาเลย ถ้าไม่สุดวิสัยพ่อและแม่ต้องให้ลูกเอกอย่างแน่นอน
เอก ลูกขอให้เก่งมาอยู่กับเราที่บ้านนี้ด้วย
โดยที่เก่งก็อยู่ห้องเดียวกับลูกนั่นแหละครับ
ทั้งนี้ปกติเก่งต้องอยู่วัดและลำบากมาก
อ้อ ลูกจะได้ดูหนังสือให้มาก ๆ เหมือนกับเก่งด้วย
เก่งเป็นเด็กดีครับพ่อ
พ่อ นึกออกแล้วว่าเพื่อนของลูกคนไหนที่ชื่อว่า “เก่ง”
ตกลง พ่อและแม่อนุญาต
ลูกเอกรีบบอกเก่งเลย
อ้อ พ่อและแม่จะให้ค่าขนมเก่งด้วย
เอก ยิ้มอย่างสดชื่น
วันนั้นเป็นวันที่เอกมีความสุขที่สุดในช่วงเวลาที่นับว่ายาวนานมาก
คืนนั้นเอกนอนฝันดี
ตอนหนึ่งเอกฝันไปถึงวันที่ตัวเขาและเก่งรับปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
ณ ขณะที่ตื่นขึ้นมานั้นเอกยังอยู่ในลักษณะทื่คล้าย ๆ กับกำลังถือปริญญาบัตรฯ อยู่เลย
เรื่องนี้จึงจบลงด้วยความสุข สดชื่น และความเข้าใจต่อกัน
ทั้งนี้ผู้เขียนต้องการสะท้อนให้ผู้อ่านทุกคนรับรู้ดังนี้
“สังคมครอบครัวที่ดีเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง”
“สังคมเพื่อนฝูงที่ดีก็มีความจำเป็นเช่นกัน”
อนึ่ง เด็ก ๆ ที่มีพื้นฐานที่ดีก็สามารถเรียนรู้วิชายาก ๆ เช่น วิชาฟิสิกส์ได้
นอกจากนี้ เมื่อเข้าใจวิชาใดแล้วก็จะชอบวิชานั้นไปในตัว
ผู้เขียนจึงอยากให้นิยายอิงวิชาการเรื่องนี้ได้มีโอกาสให้ผู้ปกครองได้รับรู้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์และด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง

รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
6 ธันวาคม 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s