พ่อกับลูกชายในสมัยโบราณตอนที่ 3

พ่อกับลูกชายในสมัยโบราณตอนที่ 3

พ่อ ค่ำวันนี้ลูกสังเกตเห็นอะไรที่สะดุดตาบ้างไหม
ลูกชาย แสดงอาการงง ๆ ที่พ่อถามเช่นนั้น
ทั้งนี้พ่อเริ่มถามขึ้นมาก่อนโดยที่พ่อไม่ได้เอ่ยถึงอะไรเลย
ลูกชายจึงไม่ค่อยแน่ใจว่า พ่อนั้นต้องการคำตอบเกี่ยวกับอะไรกันแน่
ดังนั้น ลูกชายจึงถามพ่อกลับไปว่า “พ่อหมายถึงอะไรกันครับ”
พ่อ ก็ตามปกติลูกสนใจเกี่ยวกับอะไรกันล่ะ
ลูกชาย อ๋อ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวของเราในแต่ละวัน ๆ ใช่ไหมพ่อ
พ่อ ก็นั่นแหละ แล้วลูกจำได้หรือไม่ว่า “พ่อเคยเอ่ยกับลูกว่า พ่อต้องหาคำตอบว่าลูกสนใจวิชาอะไรกันแน่ โดยที่ตอนนี้พ่อรู้แล้ว”
ลูกชาย วิชาอะไรหรือครับพ่อ
พ่อ เพื่อนคนหนึ่งของพ่อบอกกับพ่อว่า “วิชานั้น คือ วิชาดาราศาตร์”
โดยที่คำว่า “ดารา” หมายถึง “ดาว”
ส่วนคำว่า “ศาสตร์” หมายถึง “วิชา”
ฟังดูก็เข้าทีดีนะลูก
เอ แต่ตอนนี้ลูกเลยถือโอกาสไม่ตอบคำถามของพ่อในตอนเริ่มแรกนั้น
ลูกชาย ผมนึกได้ทันที ณ ตอนนี้แล้วครับพ่อ
วันนี้ดวงจันทร์ที่ปรากฏ ณ ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกตอนพลบค่ำนั้นมีลักษณะเต็มดวงและสว่างจ้า
อ้อ ดวงโตด้วยครับพ่อ
พ่อ ใช่แล้วลูก
แล้วลูกรู้หรือไม่ว่า วันนี้เป็นวันข้างขี้นหรือวันข้างแรมกี่ค่ำกัน
ลูกชาย ยิ้มกริ่มและตอบกับพ่อว่า
“วันขึ้น 15 ค่ำครับพ่อ”
พ่อ เก่งจัง ทำไมลูกรู้ล่ะ
ลูกชาย ครูสวัสดิ์บอกกับนักเรียนในชั้นวันนี้เองครับพ่อ
อีกทั้งครูสวัสดิ์ยังบอกให้นักเรียนทั้งชั้นสังเกตดูดวงจันทร์ตอนที่ปรากฏขึ้น ณ ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกในตอนพลบค่ำด้วย
พ่อ ครูสวัสดิ์ของลูกนี่เป็นครูที่ดีและเอาใจใส่ต่อนักเรียนอย่างมากเท่าที่พ่อได้ยินมา
ลูกชาย ครูสวัสดิ์ดีกับนักเรียนทุกคนเลยครับพ่อ
นอกจากนั้น ครูสวัสดิ์ยังบอกอีกว่า
“เราจะเห็นเหมือนกับว่าดวงจันทร์ดวงโตมากตอนที่อยู่ใกล้ ๆ กับขอบฟ้านั้น”
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นครับพ่อ
พ่อ หยุดไปพักหนึ่ง แล้วตอบกับลูกชายดังนี้
พ่อเคยได้ยินเขาพูดกันว่า “นั่นเป็นเพราะเรามองขนาดของดวงจันทร์ตอนนั้นเปรียบเทียบกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่แถว ขอบฟ้าประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง คือ เรามองไปตามแนวนอนแนวหนึ่ง”
ลูกชาย แนวนอนแนวหนึ่ง คือ แนวที่เราต้องนอนดูอย่างนั้นใช่ไหมครับพ่อ
พ่อ ยิ้มอย่างชอบใจในความคิดอย่างซื่อ ๆ ของลูกชาย
ลูกไม่ต้องนอนดูหรอกลูก
แนวนอนแนวหนึ่ง คือ แนวที่ลูกมองตรงออกไปขณะที่ลูกนั่งอยู่นี่แหละ
อ้อ ถ้าลูกเงยหน้าจนสุดและแหงนมองขึ้นไปหรือนอนมองขึ้นไปจะเป็นแนวยืนแนวหนึ่ง โดยตอนนี้คล้าย ๆ กับแนวที่ลูกยืนตรงแนวหนึ่งนั่นเอง
ลูกชาย ทำหน้างง ๆ และพูดว่า “ยากเหมือนกันครับพ่อ”
พ่อ เอาเป็นว่าตอนนี้ลูกรู้จักแนวนอนแนวหนึ่งก็พอแล้วกระมัง
อ้อ เดี๋ยวก่อน บางทีก็เรียกกันว่า “แนวระดับแนวหนึ่ง” ด้วยนะ
ลูกชาย วันนี้ลูกมีคำที่ต้องท่อง 2 คำดังนี้
1. แนวนอนแนวหนึ่ง
2. แนวระดับแนวหนึ่ง
ถ้าลูกจำได้วันพรุ่งนี้ลูกจะไปถามเพื่อน ๆ ของลูกเกี่ยวกับคำ 2 คำนี้
พ่อ พ่อลืมบอกกับลูกอย่างหนึ่งดังนี้
ถ้าเราแหงนดูดวงจันทร์เต็มดวงตอนที่อยู่เหนือหัวขึ้นไปเราจะรู้สึกว่าดวงจันทร์มีขนาดที่เล็กกว่าตอนที่เราเห็น ณ ขอบฟ้านั้นนะลูก
อย่างไรก็ตาม ทั้งพ่อและลูกก็ไม่ต้องตื่นขึ้นมาดูตอนคืนนี้หรอกนะ
ลูกฟังผ่าน ๆ ไว้ก็พอ
ลูกชาย ผมสังเกตว่าขนาดของดวงจันทร์ที่เห็น ณ ตอนนี้โตแทบไม่ต่างกับขนาดของดวงอาทิตย์เลยนะพ่อ
พ่อ เรื่องนี้ต้องคุยกันอีกนานนะลูก
อย่างไรก็ตาม พ่อต้องเตือนลูกดังนี้
ลูกอย่ามองดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าอีกนะลูก
ลูกชาย ครับพ่อ
พ่อ เสียงแม่เรียกแล้ว เราเข้าบ้านกันดีกว่า
เอาไว้วันข้างหน้าลูกค่อยมาเดินคุยกับพ่อเหมือนอย่างวันนี้อีก
ลูกชาย ยิ้มและตอบกับพ่อว่า “ครับพ่อ”
อีกทั้งนึกอยู่ในใจดังนี้
“พ่อของเพื่อน ๆ จะเหมือนกับพ่อของเราหรือไม่หนอ”
สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
5 ธันวาคม 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s