120 และ 80

120 และ 80

ร้อยยี่สิบหยิบมานี้ที่อยากกล่าว
อยากบอกเล่ากล่าวถึงซึ่งความหมาย
เลขแปดสิบหยิบมานะอธิบาย
อยากขยายให้รู้สู่ทุกคน
ค่าความดันโลหิตสะกิดบอก
ไม่ได้หลอกบอกไว้ไม่สับสน
มิลลิเมตรปรอทไซร้ไม่วกวน
เราทุกคนต้องรู้หน่วยด้วยปัญญา

ทุก ๆ ครั้งที่เราไปสถานพยาบาล ณ แห่งหนึ่งเพื่อที่จะพบแพทย์คนใดคนหนึ่ง
เมื่อเราแสดงบัตรนัดหรือได้บอกถึงจุดประสงค์กับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
โดยทั่วไปเราจะต้องไปชั่งน้ำหนัก (เพื่อทราบมวลของตัวเองว่า ตอนนั้นมีค่ากี่กิโลกรัม) หรืออาจจะวัดส่วนสูงประกอบด้วย (แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยกระทำกัน)
ทั้งนี้จะได้ใช้เป็นข้อมูลในเบื้องต้นให้แพทย์ผู้ตรวจได้รู้ว่า เรานั้นอ้วนขึ้นหรือผอมลงและแพทย์จะได้ถือเอาเป็นข้อชมหรือตำหนิคนไข้แต่ละคนตามแต่ละกรณี
ต่อจากนั้นโดยทั่วไปผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่ง (มักไม่ใช่นางพยาบาลโดยตรง คงประหยัดและเหมาะสมกับงานเป็นหลักนั่นเอง) ก็จะให้เราตรวจวัดความดันโลหิต (โดยที่ปัจจุบันนี้โรงพยาบาลซึ่งดูเหมือนจะทันสมัยแต่ละแห่งต่างก็จะใช้เครื่องวัดความดันอัตโนมัติที่คิดค่าเชิงสถิติ ทั้ง ๆ ที่คนไข้ส่วนมากต่างก็ไม่ค่อยชอบการวัดความดันอย่างนี้แต่ก็ต้องจำใจรับบริการเช่นนั้น)
หัวใจที่เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในจำนวนหลาย ๆ อย่างของเราทุกคนได้ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องสูบหรือปั๊ม (Pump) เครื่องหนึ่ง หากแต่ว่าหัวใจของเรานี้เป็นเครื่องสูบกล้ามเนื้อ (Muscular Pump) ก้อนหนึ่งที่ธรรมชาติได้บรรจงสรรค์สร้างมาให้เรา
โดยทำหน้าที่สูบให้โลหิตไหลไปตามเส้นโลหิตแดงทั้งหลายในร่างกายแล้วจึงจะไหลตามเส้นโลหิตดำเพื่อวนกลับสู่หัวใจ
ทั้งนี้สำหรับคนคนซึ่งมีระบบของความดันโลหิตปกติตอนที่หัวใจหดตัวมากสุดจะมีความดันโลหิตประมาณ 120 มิลลิเมตรปรอท ส่วนตอนขณะที่หัวใจผ่อนคลายมากสุดนั้น ณ ตอนนั้นคนคนนี้ยังมีความตึงที่กล้ามเนื้อข้างซ้ายของหัวใจห้องล่างหรือเวนทริเคิล (Ventricle) ห้องนี้ที่มากพอจึงทำให้เกิดความดันต่ำสุดประมาณ 80 มิลลิเมตรปรอท
ด้วยเหตุนี้ จึงถือได้กับว่า คนคนหนึ่งที่มีสภาวะความดันโลหิตปกติจะมีความดันสูงสุดประมาณ 120 มิลลิเมตรปรอทและมีความดันต่ำสุดประมาณ 80 มิลลิเมตรปรอท

ภายใต้สภาวะเนื่องจากการทำงานของหัวใจซึ่งเรากำลังกล่าวถึงนี้โลหิตจะไหลออกจากหัวใจห้องล่างเข้าสู่หลอดเลือดแดงใหญ่หรือเอออร์ตา (Aorta) หลอดนี้ไปตามแขนงหนึ่ง ๆ ของเส้นโลหิตแดงและผ่านไปยังเส้นเลือดฝอยเส้นหนึ่ง ๆ ในที่สุด แล้วจึงจะมีกระบวนการของการไหลเวียนกลับในลักษณะที่ย้อนขั้นตอนจนบรรลุสู่สภาวะที่โลหิตไหลกลับเข้าสู่หัวใจห้องบนหรือเอเทรียม (Atrium) ทางข้างขวาของหัวใจขณะที่ก็มีค่าความดันใกล้ 0 มิลลิเมตรปรอท

ทั้งนี้เปรียบประหนึ่งการเดินทางที่ยาวไกลของคนคนหนึ่ง
โดยที่ตอนเริ่มออกเดินทางก็จะเปี่ยมไปด้วยพลัง
แต่จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อกลับมาถึงบ้านอย่างคนที่ไร้พลังเลยทีเดียว

โดยทั่วไปแล้วความดันโลหิตโดยเฉลี่ยก็จะประมาณ 100 มิลลิเมตรปรอทหรือประมาณ 135 เซนติเมตรน้ำ (ทั้งนี้เราจะสามารถคำนวณได้ประมาณ 136 เซนติเมตรน้ำ)

ณ ที่นี้จะกล่าวถึงขั้นตอนของการวัดความดันโลหิตของคนคนหนึ่งดังนี้
1. เมื่อเราบีบลูกยางที่เปิดลิ้นลูกหนึ่งซึ่งต่อสายยางเส้นหนึ่งไว้กับถุงอากาศของมาตรความดันของไหลหรือแมนอมิเตอร์ (Manometer) อันหนึ่งที่ได้พันไว้รอบแขนของคนไข้คนหนึ่งอากาศในถุงยางใบนี้จะบีบที่แขนและมีผลต่อเส้นโลหิตแดงจึงจะทำให้โลหิตไหลไปสู่ปลายแขนและมือข้างนั้นได้ยาก (โดยจะคล้าย ๆ กันกับเมื่อเราบีบที่ข้อมือข้างหนึ่งของเราเองจนแน่น)
ณ สภาวะดังกล่าวนี้คนไข้ก็จะรับรู้ถึงสภาพการบีบรัดที่แขนของเขาด้วย
2. เมื่อเราเริ่มคลายปุ่มที่ลูกยางลูกนั้นเพื่อปล่อยอากาศออกทางลิ้นปิดและเปิดค่าความดันของอากาศในถุงยางถุงนั้นก็จะลดลง ๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อความดันประมาณได้กับความดันโลหิตในเส้นโลหิตแดงโลหิตจะเริ่มไหล ณ ขณะนี้จะเป็นจังหวะรอยต่อที่จะต้องฟังจากหูฟังพร้อมกันกับสังเกตความดันซึ่งอ่านได้จากแมนอมิเตอร์อันนั้น
แล้วจึงบันทึกเป็นความดันโลหิตสูงสุด
(ถ้าผู้อ่านลองกำมือข้างหนึ่งให้แน่นและใช้มืออีกข้างหนึ่งบีบข้อมือข้างที่กำไว้นั้นแล้วปล่อยผู้อ่านก็จะรู้สึกถึงการไหลของโลหิตสู่ปลายนิ้วของมือข้างที่กำไว้เดิมนั้น)
3. ความดันของอากาศในถุงยางจะลดลง ๆ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น
ในที่สุดจะมีความดันที่ประมาณได้กับความดันโลหิตของเส้นโลหิตดำ
ทั้งนี้เราจึงจะบันทึกค่านี้เป็นความดันต่ำสุด
ดังนั้น เราวัดความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเป็นค่าสูงสุดและของเส้นโลหิตดำเป็นค่าต่ำสุด
อย่างไรก็ตาม ค่าความดันที่วัดได้นี้ก็ไม่ได้มีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์
โดยที่จะมีความคลาดเคลื่อนจากค่าที่ควรจะเป็นตามสภาวะปกติของคนไข้คนหนึ่งได้
ทั้งนี้เนื่องมาจากองค์ประกอบหลายประการดังนี้
1. สภาพการทำงานของหัวใจของคนไข้คนหนึ่งขณะนั้น เช่น คนไข้คนหนึ่งที่เดินมาอย่างเร็วหรือแม้แต่อิริยาบถของคนไข้เองโดยไม่ว่าจะเป็นขณะที่ยืน นั่ง หรือ ณ ขณะที่นอนราบ
2. ความแม่นยำของแมนอมิเตอร์อันหนึ่ง
3. ความสามารถเฉพาะตัวของผู้ซึ่งทำการวัดนั้นทั้งในด้านการฟังด้วยหูฟังและการสังเกตระดับปรอทในแมนอมิเตอร์ที่กำลังเคลื่อนที่จะต้องสัมพันธ์กันอย่างถูกต้องนอกเหนือจากความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักวิชา
ด้วยเหตุนี้ ค่าของความดันที่วัดได้ในแต่ละครั้งจะมีความคลาดเคลื่อน
ทั้งนี้อาจจะเป็นไปได้ทั้งค่าที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าที่เป็นจริง
อย่างไรก็ตาม ผลทางจิตวิทยาต่อคนไข้คนหนึ่ง ๆ นั้นมีมากอย่างยิ่ง

อนึ่ง ข้อสังเกตที่เป็นผลเชิงสถิติจากทางวิชาการประการหนึ่งเป็นดังนี้
ระยะความสูงเป็นเซนติเมตรของคนคนหนึ่งที่เทียบกับตำแหน่งหัวใจของเขาจะสัมพันธ์โดยประมาณกับความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเป็นเซนติเมตรน้ำดังนี้
1. สมมติ ชายคนหนึ่งสูงประมาณ 180 เซนติเมตร
2. ความดันโลหิตแดงที่ตำแหน่งหัวใจของชายคนนี้ ณ ความสูง 0 เซนติเมตรนั้นจะมีค่าประมาณ 135 เซนติเมตรน้ำ
3. ความดันโลหิตแดง ณ ระดับตาหรือสมองที่อยู่สูงกว่าหัวใจของเขาประมาณ 55 เซนติเมตรนั้นก็จะมีค่าประมาณ 80 เซนติเมตรของน้ำ
4. ค่าความดันโลหิตแดง ณ ระดับหัวเข่าซึ่งอยู่ต่ำกว่าหัวใจของเขาประมาณ 60 เซนติเมตรจะประมาณ 195 เซนติเมตรของน้ำ
5. ค่าความดันโลหิตแดง ณ ระดับเท้าซึ่งก็อยู่ต่ำกว่าหัวใจของเขาประมาณ 120 เซนติเมตรจะประมาณ 255 เซนติเมตรของน้ำ
ณ ที่นี้ผู้เขียนใคร่เสนอแนะให้ผู้อ่านแต่ละคนได้ลองฝึกความคิดดังนี้
1. จงสังเกตความดันโลหิตของเส้นโลหิตแดงเทียบกับความสูงที่แท้จริงของชายคนนี้ขณะที่เขายืนตรง
2. ถ้าความดันโลหิตของเส้นโลหิตดำที่หัวใจของเขา คือ 0 เซนติเมตรน้ำ ค่า ณ ระดับตา ระดับหัวเข่า และที่เท้าของเขาเป็น -55 เซนติเมตร 60 เซฯติเมตร และ 120 เซนติเมตรน้ำหรือไม่
3. ผู้อ่านควรพิจารณาความดันโลหิตในเส้นโลหิตแดงและในเส้นโลหิตดำของแต่ละคนเองด้วย
ผู้เขียนหวังว่า คงจะไม่ยากเกินกว่าความสามารถของผู้อ่านแต่ละคน

สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
2 ธันวามคม 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s