พ่อกับลูกชายในสมัยโบราณ

พ่อกับลูกชายในสมัยโบราณ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่หนึ่งในชนบทสมัยนานมาแล้ว
ดังนั้น ผู้อ่านบางคนอาจจะงง ๆ ว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ
อ้อ ต้องบอกก่อนว่า ณ ตอนนั้นที่บ้านหลังนี้ไม่มีแม้แต่วิทยุสักเครื่องหนึ่งเลยนะ
พ่อเป็นคนเรียนเก่งแต่ก็ได้เรียนแค่ชั้นมัธยมปีที่ 3 (เทียบเท่ามัธยมปีที่ 1 ในปัจจุบัน) เพราะความจน
ที่กล้ายืนยันก็เพราะรู้ว่าเพื่อนคนหนึ่งของชายผู้พ่อคนนี้ต่อมาเป็นถึงนายพลเอก ทั้ง ๆ ที่เรียนสู้พ่อของเด็กชายคนนั้นไม่ได้
ส่วนลูกชายตอนนั้นอายุ 7 ขวบครบเกณฑ์เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ณ โรงเรียนเทศบาลโรงหนึ่งที่ต้องอาศัยศาลาวัดวัดหนึ่งเป็นห้องเรียนรวมทั้ง 4 ชั้น คือ ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 จนถึงประถมปีที่ 4
สิ่งหนึ่งที่แปลกมากถ้าเป็นสมัยนี้ คือ โรงเรียนเทศบาลโรงนี้มีครูเพียง 2 คนเท่านั้น
อ้อ อีกอย่างหนึ่งจะรียกว่าห้องเรียนรวมก็ไม่ได้ ทั้งนี้เป็นพื้นที่โล่งกว้างบนศาลาวัดวัดนั้นนั่นแหละ

ขอเข้าประเด็นของพ่อกับลูกชายในสมัยโบราณตามหัวเรื่องดังนี้
ค่ำวันหนึ่งพ่อเรียกลูกชายให้ออกมาที่นอกชานชานหนึ่งของบ้านดังนี้
พ่อ ลูกออกมาที่นอกชานกันเถอะ
อ้อ เอาเสื่อมา 1 ผืนและหมอน 2 ใบด้วยล่ะ
ลูกชาย ครับพ่อพร้อมกับวิ่งปรื๋ออย่างรวดเร็ว
พ่อ ปูเสื่อผืนนั้นซี
ลูกชาย ทำตามที่พ่อบอกพร้อมกับวางหมอน 2 ใบไว้เคียงคู่กัน
ทั้งนี้ลูกชายรู้ดีว่าพ่อต้องการให้ตัวเขามานอนคุยกันที่ชานชานนี้เหมือนกับหลาย ๆ วันที่ผ่านมา
พ่อ จัดเสื่อผืนนั้นซะใหม่
วันนี้เราจะนอนเอาหัวไปทางทิศเหนือโน่น ส่วนเมื่อคืนวานนี้เราหันหัวไปผทางทิศตะวันออก
ลูกชาย แสดงอาการงง ๆ บ้างเล็กน้อย แต่ก็ทำตามโดยจับเสื่อผืนนั้นขวางกับเมื่อคืนก่อน
พ่อ นั่นแหละถูกต้องแล้ว
ตอนนี้ลูกพอรู้แล้วซีว่าทิศตะวันออกอยู่ทางใด
และทิศเหนืออยู่ทางใด
อ้าว อย่างงั้นตอบพ่อหน่อยซิว่า “ทิศตะวันตกอยู่ทางไหน”
ลูกชาย ยิ้มอย่างภูมิใจโดยคิดว่าตัวเองต้องตอบถูกแน่
เขาชี้ไปในทางที่ตรงกันข้ามกับทิศตะวันออกที่พ่อเคยบอกไว้ก่อนแล้ว
พร้อมกับถามพ่อกลับว่า “ถูกใช่ไหมพ่อ”
พ่อ เออ เก่งลูก นั่นแหละทิศตะวันตกที่อยู่ตรงกันข้ามกับทิศตะวันออก
อ้าว ตอนนี้เรานอนลงกันเถอะ
แล้วลูกคิดว่า “หัวของเราทั้งคู่ไปทางทิศใด”
ลูกชาย ยิ้ม (พร้อมกับนึกอยู่ในใจว่า “ง่าย ๆ อย่างนี้ก็ถามอีก กล้วยจัง”) แล้วตอบดังนี้
“ทิศเหนือครับพ่อ”
พ่อ ลูกของพ่อฉลาดจัง
ลูกชาย ยิ้มแก้มแทบปริที่พ่อชมเช่นนั้น
พ่อ เอาล่ะ ตอนนี้ต้องตอบให้ได้นะ
เมื่อหัวของเราชี้ไปทางทิศเหนือทิศที่อยู่ตรงกันข้ามจะเป็นทิศอะไร
ลูกชาย ขอผมเดานะพ่อ
พ่อ เออ เดาก็ได้
ลูกชาย ก็เหลืออยู่ทิศเดียวที่พ่อเคยบอกกับผมไว้จึงต้องเป็นทิศนั้นแน่
“ทิศใต้ครับพ่อ”
พ่อ ลูกชายของพ่อนี่จำแม่นดีจังเลย
ลูกชาย คุณครูที่โรงเรียนก็พูดกับลูกเช่นนี้เหมือนกันครับพ่อพร้อมกับแสดงอาการจนออกนอกหน้า
พ่อ ตอนนี้เรายืนขึ้นและหันหน้าไปทางทิศเหนือทิศนั้นแล้วกางแขนทั้ง 2 ข้างออกไป
นั่นอย่างนั้นแหละถูกต้องแล้ว
ตอนนี้ลูกจะบอกพ่อทั้ง 4 ทิศได้หรือไม่เอ่ย
ลูกชาย ข้างหน้าเป็นทิศเหนือทิศหนึ่งตามที่เราหันหน้าไป ส่วนทิศใต้อีกทิศหนึ่งก็ไปทางข้างหลังโน่น
เมื่อแขนขวาข้างหนึ่งชี้ไปทางทิศตะวันออกทิศหนึ่ง
แขนซ้ายอีกข้างหนึ่งก็ต้องชี้ไปทางทิศตะวันตกอีกทิศหนึ่งอย่างแน่นอน
ใช่ไหมพ่อ ลูกชายถามต่อ
พ่อ เยี่ยมไปเลยลูกของพ่อคนนี้
ตอนนี้เรานอนดูดาวบนท้องฟ้ากันสักครู่หนึ่งเป็นไง
ลูกชาย ดีมากครับพ่อ
พ่อ ลูกมองเห็นดวงดาวต่าง ๆ บนท้องฟ้าแล้วลูกคิดอย่างไรล่ะ
ลูกชาย ดวงดาวมีมากจังเต็มท้องฟ้าไปหมด
เอ ไม่รู้ว่าตาของผมไม่ดีหรือไม่นะพ่อ
ผมเห็นคล้าย ๆ ว่าแสงดาวทุกดวงไม่นิ่งเลย
พ่อ ที่ลูกเห็นนั้นถูกต้องแล้ว
ดวงดาวพวกนั้นเป็นดาวฤกษ์ (เท่าที่พ่อรู้มาน่ะ) แต่ที่แสงไม่นิ่งนั้นพ่อเองก็ไม่แน่ใจ
อ้อ ดวงอาทิตย์ที่ขึ้นตอนเช้าทางทิศตะวันออก
และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในตอนเย็นนั่นแหละ
พ่อหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง
ลูกชาย ผมจำได้ว่าคุณครุเคยเอ่ยถึงคำว่า “ตะวัน” เหมือนกันนะพ่อ
ตอนนี้ก็นึกถึงคำนี้ได้ทันที
พ่อจะคิดเหมือนกับผมไหมหนอ
ตะวันออกก็เป็นตะวันขึ้นได้
ส่วนตะวันตกนั้นตรงตัวอยู่แล้ว
ถ้าอย่างนั้นคำว่า “ตะวัน” ก็น่าจะหมายถึง “ดวงอาทิตย์” กระมังพ่อ
พ่อ ฟังดูก็มีเหตุผลดี แต่พ่อไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกลูก
วันพรุ่งนี้ลูกลองถามคุณครูซี
คุณครูต้องตอบลูกได้แน่
ลูกชาย ครับพ่อ
สนุกดีและได้ความรู้ด้วยนะพ่อ
อากาศก็สบายดีที่มีลมพัดอ่อน ๆ อย่างนี้และไม่มียุงซะด้วย
ผมอยากออกมาดูท้องฟ้าก่อนที่จะเข้านอนทุก ๆ คืนเลย
พ่อ แต่วันพรุ่งนี้ลูกต้องไปโรงเรียนและต้องเรียนเลขคณิตด้วยนี่
อย่างนั้นเข้านอนกันแต่หัวค่ำดีกว่า
ลูกชาย พ่อมานอนคุยกับลูกอย่างนี้ทุก ๆวันได้ไหมครับพ่อ
ผมรู้สึกสนุกจังลูกชายกล่าวย้ำอย่างจริงจัง
อีกทั้งผมรู้สึกว่าพ่อสอนอะไรให้ผมรู้มากขึ้น ๆ
นี่ถ้าสอนไปเรื่อย ๆ อีกสักหน่อยผมก็จะดูดาวได้เก่งใช่ไหมพ่อ
พ่อ พ่อรับปากลูก
แล้วลูกอย่าขี้เกียจและต้องเป็นเด็กดี โดยเชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกคนทั้งพ่อ แม่ คุณครู และคนอื่น ๆ ด้วยล่ะ
ลูกชาย ครับพ่อ

คืนนั้นป็นอีกคืนหนึ่งที่เด็กชายวัย 7 ขวบคนนี้มีความสุข นอนหลับ ฝันดี และตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าโดยไม่ต้องปลุกกันเลย

รศ.สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
7 พฤศจิกายน 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s