อย่าหลอกกันอีกเลย

อย่าหลอกกันอีกเลย

นิยายอิงวิชาการเรื่องนี้เป็นการสนทนาระหว่างนักเรียนคนหนึ่งกับครู (กวดวิชา) คนหนึ่งดังนี้
นักเรียน สวัสดีครับอาจารย์ (โดยที่นักเรียนคนนี้ไม่รู้หรอกว่า “คนที่ตนเองเรียกว่าอาจารย์นั้น คือ ครูสอนพิเศษวิชาฟิสิกส์ ณ โรงเรียนกวดวิชาโรงนั้น”)
อาจารย์ครับผมอยากจะมาเรียนกวดวิชา ณ ที่นี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่า “ผมจะเรียนฟิสิกส์ไหวหรือไม่ อ้อ ตามปกติผมเรียนฟิสิกส์ที่โรงเรียนผมไม่ค่อยเข้าใจเลย”
ครู เธอสอบฟิสิกส์ได้เกรดเท่าใด
นักเรียน สอบไม่ผ่านและต้องสอบซ่อมอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว
ครู ตอนนั้นเธอเรียนวิชากลศาสตร์ใช่หรือไม่
นักเรียน ใช่ครับ
ครู แล้วเธอท่องจำวิธีทำโจทย์แต่ละข้อด้วยหรือเปล่าล่ะ
นักเรียน ท่องตามที่ครูสอนฟิสิกส์คนหนึ่งบอกอย่างแม่นยำเลยครับ
ครู ข้อสอบออกเหมือนกับตอนที่เรียนหรือไม่
นักเรียน ไม่เหมือนครับ แต่คล้าย ๆ กัน โดยผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อเป็นเช่นนั้น
ครู เธอตัดสินใจเรียนที่นี่ได้เลย (ครูสอนพิเศษคานั้นพูดตัดบท)
นักเรียน แล้วผมจะเข้าใจวิชาฟิสิกส์นี้ได้เป็นอย่างดีหรือครับอาจารย์
ครู รับรอง 100 % เพราะว่าที่โรงเรียนนี้ให้เธอเรียนซ้ำจากเทปที่บันทึกไว้กี่รอบก็ได้
อย่างไรก็ตาม เธอต้องระบุจำนวนรอบที่จะดูแล้วครูจะลดให้เป็นพิเศษ
นักเรียน วิชาฟิสิกส์นี้ใคร ๆ ก็บอกว่า “ยาก” รวมทั้งตัวของผมเองด้วยก็คิดตรงกัน
อาจารย์คิดว่ายากหรือไม่ครับ
ครู ถ้าเรียนที่นี่เธอจะบอกได้ทันทีเลยว่า “วิชาฟิสิกส์นั้นไม่ยากอย่างที่พูดกันหรอก”
เอาเป็นว่าสมัครเรียนกี่รอบดีล่ะ
นักเรียน 2รอบครับอาจารย์
ครู เธอนี่เป็นเด็กฉลาดนี่
นักเรียน ขอบคุณครับ
การสนทนาจบลงเพียงเท่านี้
ต่อจากนั้นเด็กนักเรียนคนนั้นก็ไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาโรงนั้นจนครบจำนวนตามที่ทางโรงเรียนโรงนั้นกำหนดให้โดยที่ไม่เคยพบกับครูคนนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ครั้นถึงเวลาสอบผลเป็นอย่างไรผู้เขียนแทบจะไม่ต้องบอกหรอกนะ
วันประกาศผลเด็กนักเรียนคนนี้ก็เดินหน้าเศร้ากลับบ้านและบอกกับแม่ที่เป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่งคนหนึ่งอย่างท้อแท้ว่า “แม่ครับผมสอบตกอีกแล้ว”
อนึ่ง ผู้เขียนที่สอนฟิสิกส์มาเกินกว่า 40 ปีก็ต้องบอกดังนี้
1. ตอนที่มีความรู้น้อย ๆ และสอนใหม่ ๆ รู้สึกว่า “วิชาฟิสิกส์ก็ไม่ยากอย่างที่พูดกัน”
โดยที่ตอนนั้นสอนโจทย์ประมาณ 20 ข้อและสอนสัก 4 ข้อหรือ 5 ข้อในช่วงเวลา 1 คาบ (ประมาณ 50 นาที) และสอนซ้ำ ๆ ถึง 25 ห้อง (เป็นอย่างน้อย) จนจำโจทย์ได้และสอนเหมือนกับการบันทึกเทปไว้เพราะคำพูดออกมาโดยอัตโนมัติ อ้อ นักเรียนก็ชมเปราะว่า “ผมนั้นสอนเข้าใจดี”
2. ต่อมาได้เรียนระดับปริญญาที่สูงขึ้นและศึกษามากขึ้น อีกทั้งเรียบเรียบหนังสือฟิสิกส์จำนวนมากพอควร (ปัจจุบันก็มีสัก 40 เล่มกระมัง)
อยากบอกอย่างไม่อายเลยว่า “ผู้เขียนเคยสอนผิด ๆ มาโดยที่ไม่รู้ตัวในตอนนั้นหลายต่อหลายครั้ง”
นอกจากนี้ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังอยากบอกดังนี้
“ฟิสิกส์ที่ถูกต้องเป็นวิชาที่ยากอย่างยิ่ง อีกทั้งถ้าพื้นฐานคณิตศาสตร์ไม่ดีด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าฟิสิกส์นี้เป็นวิชาสุดโหดจริง ๆ”
ครูและอาจารย์ที่สอนวิชาฟิสิกส์อย่าหลอกให้หลงเชื่อกันอีกเลย
บอกกันตามตรงแล้วนักเรียนใฝ่รู้อย่างจริงจังทั้ง ๆ ที่รู้ว่า “ฟิสิกส์เป็นวิชาที่ยาก”
นักเรียนเหล่านั้นก็จะสนใจเรียนเป็นพิเศษ
นักรียนโดยส่วนรวมน่าจะได้ประโยชน์ที่แท้จริง
อีกทั้งอาจจะฮึดสู้และศึกษาด้วยตัวเองจนรู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของวิชานี้
นั่นแหละ คือ สิ่งที่ควรได้รับในทางที่ดีที่ควรในที่สุด
ปรารถนาดีจากใจจริง
รองศาสตราจารย์สมพงษ์ ใจดี
sompongsej@yahoo.com
4 พฤจิกายน 2553

No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s